ปีสุดท้ายของโครงการ ACCESS School เป็นปีที่โครงการเห็นผลรูปธรรมมากที่สุดในด้านกลไกการมีส่วนร่วมระยะยาวเพื่อพัฒนาการศึกษา ตั้งแต่ในระดับจังหวัด ภูมิภาค จนถึงระดับประเทศ โรงเรียนขนาดเล็กได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานรัฐท้องถิ่น และองค์กรเอกชน ในการสร้างพหุภาคีโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดพื้นที่พูดคุยระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างต่อเนื่อง

ปี 2566 ยังเป็นปีที่โครงการได้นำเสนอข้อค้นพบสำคัญและข้อเสนอเชิงนโยบายต่อผู้มีอำนาจตัดสินใจ โดยล้วนมาจากประสบการณ์การทำงาน การศึกษาวิจัย และกระบวนการมีส่วนร่วมตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เอกสารเหล่านี้ เช่น รายงานทบทวนผลการดำเนินงานตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ระดับท้องถิ่นโดยสมัครใจ (VLR) ในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 4 การศึกษาคุณภาพ ซึ่งเป็นกลไกที่สะท้อนให้เห็นถึงการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษาในระดับท้องถิ่น และสามารถนำไปประกอบรายงานผลการทบทวนการดำเนินงานตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับชาติโดยสมัครใจ (VNR) ของประเทศไทยได้

โครงการยังได้จัดทำคู่มือธรรมาภิบาลโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งเป็นแนวทางที่โรงเรียนขนาดเล็กและชุมชนสามารถใช้พัฒนาการบริหารจัดการโรงเรียนและสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงได้จัดทำรายงานข้อสรุปเชิงนโยบาย ซึ่งเป็นเอกสารที่โครงการได้พัฒนาและปรับปรุงตลอดปี 2565-2566 ให้ครบถ้วนและตอบโจทย์ของโรงเรียนขนาดเล็กมากที่สุด โครงการได้ใช้ข้อสรุปเชิงนโยบายฉบับนี้ในการณรงค์สาธารณะและได้นำเสนอต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภาครัฐ ซึ่งรวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ในด้านของการรณรงค์-สื่อสารสาธารณะ โครงการได้จัดกิจกรรมพาสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจและเผยแพร่ต่อสาธารณะถึงสถานการณ์ของโรงเรียนขนาดเล็กและปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ โดยเฉพาะนโยบายการบริหารจัดการโรงเรียนและทรัพยากร และผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยสื่ิอได้นำเสนอเสียงของเด็ก ชุมชนและโรงเรียนขนาดเล็กที่มีความเสี่ยงต่อการยุบควบรวม และนำเสนอเกี่ยวกับความเป็นไปได้หรือทางเลือกในการบริหารจัดการโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการสอนด้วยนวัตกรรม Active Learning ที่พัฒนาผู้เรียนทั้งภายในและภายนอกท่ามกลางบริบทที่ท้าทาย หรือความสัมพันธ์ของ “บวร+” (บ้าน วัดโรงเรียน + ภาคประชาสังคม เอกชน ท้องถิ่น และอื่น ๆ) ที่มาร่วมมือกันเพื่อพัฒนาและรักษาโรงเรียนไว้ในของพื้นที่ของตน เป็นต้น กิจกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งสื่อดั้งเดิมและสื่อใหม่ เช่น หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, Bangkok Post, แนวหน้า, นิตยสารสารคดี, Thai PBS, Thai PBS World, Workpoint Today และรายการชิบเชื่อมโลก ช่องททบ.5

ความเป็นไปได้หรือทางเลือกในการบริหารจัดการโรงเรียนข้างต้น ถูกนำเสนอต่อสาธารณะอย่างเข้มข้นมากขึ้น ในเวทีสาธารณะวันที่ 8 ธันวาคม 2566 โดยมีเรื่องราว ประสบการณ์ และบทเรียนที่เครือข่ายโรงเรียนภายใต้โครงการทั้ง 3 ภาคได้ร่วมกันถอดออกมาและฉายภาพอนาคตการศึกษาประเทศไทย ต่อมาในวันที่ 15 ธันวาคม ประเด็นต่าง ๆ ถูกส่งต่อไปยังระดับนโยบายในเวที “ยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ห่างไกล ความเสมอภาคที่เป็นจริงได้” ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดขึ้นร่วมกับโครงการ ACCESS School และภาคีอื่น ๆ

กล่าวได้ว่าเวทีทั้งสองเปรียบเสมือนพื้นที่แสดงผลงานความสำเร็จที่โรงเรียนขนาดเล็กและองค์กรภาคประชาสังคมภายใต้โครงการได้ขับเคลื่อนร่วมกันมาตลอด 4 ปี และแม้ว่าเราสามารถบรรลุเป้าหมายต่าง ๆ ที่ตั้งไว้ เช่น จำนวนโรงเรียนขนาดเล็กที่พัฒนาคุณภาพด้วยนวัตกรรม Active Learning และกลไกการมีส่วนร่วม จำนวนนักเรียนและชุมชนที่ได้รับผลประโยชน์ หรือการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรภาคการศึกษาและภาคประชาสังคม แต่งานของมูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), สมาคมไทบ้าน, สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย, เครือข่ายโรงเรียนนอกกะลา (ภาคกลาง), สมาคมผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก สพป.น่าน เขต 1, สภาพัฒนาการศึกษากาฬสินธ์ุ และสภาพัฒนาการศึกษามหาสารคาม ยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้ สมาชิกเครือข่ายต่างมีความหวังและความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พัฒนาและรักษาโรงเรียนขนาดเล็กให้อยู่เคียงคู่ชุมชน และสร้างการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ต่อไป

ดาวน์โหลดจดหมายข่าว