เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ชุมชนเปราะบางจำนวนมากต้องตกอยู่ในสภาพที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด ขาดเงินที่จะซื้อหาอาหารและโภชนาการที่จำเป็นในแต่ละวัน ความมั่นคงทางอาหารเป็นคำตอบหนึ่งที่โครงการอียูรับมือโควิด นำโดยมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิชีววิถี ได้ทำให้เกิดขึ้นเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารและเพิ่มโภชนาการให้แก่ชุมชนกลุ่มเป้าหมาย เน้นไปที่การส่งเสริมรูปแบบการผลิตที่ไม่ใช้สารเคมี ส่งเสริมให้สามารถปลูกผักไว้กินในครัวเรือนและขยายสู่ชุมชน เพื่อลดความตึงเครียดจากการระบาดของโควิด-19 และเสริมสร้างสุขภาพกายและจิตใจของกลุ่มเป้าหมายให้ดีขึ้น

ในปี 2563 มูลนิธิชีววิถีได้จัดกิจกรรมฝึกอบรมเพิ่มความรู้และส่งเสริมอาชีพการปลูกผัก ตั้งแต่การปรุงดินไปถึงการผลิตอาหารปรุงสำเร็จ ณ สวนชีววิถี ตำบลไทรม้า อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เป็นการอบรมแกนนำ 9 ชุมชน จากชุมชนโพธิ์เรียง ไทยเกรียง ไทยน้อย อำนาจเจริญ ชุมพร วัดสวัสดิ์ สวนหลวง วาไทยอยุธยา และวาไทยนนทบุรี รวม 30 คน

ชุมชน มั่นคงทางอาหาร เสริมสร้างความยืดหยุ่นในยุคโควิด
ภาพ: มูลนิธิชีววิถี

พรณรง ปั้นทอง ผู้รับการอบรมซึ่งเป็นแกนนำเครือข่ายทางภาคอีสาน จากจังหวัดอำนาจเจริญ เล่าว่า ช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เขาและชุมชนได้รับผลกระทบมาก ทั้งเรื่องการเป็นอยู่ และการประกอบอาชีพ ทำให้รายได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่ไม่เป็นปัญหามากนัก คือเรื่องความมั่นคงทางอาหาร เนื่องจากเครือข่ายของพรณรงเคยร่วมทำงานและได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิชีววิถีทางด้านการทำเกษตรอินทรีย์ ชุมชนจึงสามารถแก้ปัญหาจากสภาวะขาดแคลนอาหารในภาวะวิกฤติการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น

พรณรงได้ตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร จึงตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมการอบรมภายใต้โครงการอียูรับมือโควิดอีกครั้ง เพื่อเพิ่มพูนทักษะด้านความมั่นคงทางด้านอาหาร และนำไปพัฒนาชุมชนของเขาให้ยั่งยืน

“การเข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ถือว่าเป็นประโยชน์มาก ช่วยเสริมสร้างทักษะทางการเกษตรจากคนที่ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย จากที่เคยทำกันมาเองตั้งแต่ปู่ย่าตายาย งู ๆ ปลา ๆ ให้มีทักษะเพิ่มขึ้นเป็นขั้นเป็นตอนทุกเรื่องตั้งแต่การปลูกผัก ไปจนถึงการเก็บรักษาที่ถูกต้อง”

พรณรง ปั้นทอง แกนนำเครือข่ายภาคอีสาน / ภาพ: สุริยะ ผ่องพันธุ์งาม / แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย

พรณรง กล่าวต่อว่าสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตเขาหลังจากการอบรม คือความรู้ที่ถูกต้อง ที่ใช้ได้จริง และเป็นประโยชน์แก่ครัวเรือนและชุมชนของเขาอย่างมาก จนนำไปสู่การส่งต่อความรู้ที่ได้จากการอบรมไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในเครือข่ายทางภาคอีสานของเขาในอนาคต

สุกัญญา เกิดทิม มาจากเครือข่ายพื้นที่ชุมชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เธอเล่าว่า ก่อนจะมีการระบาดของโควิด-19 เธอมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เมื่อเกิดการระบาดขึ้นทำให้ถูกลดจำนวนเวลาทำงานลง จนกระทั่งถูกเลิกจ้างงานในที่สุด ปัญหาที่ตามมาคือ เรื่องรายได้ที่เข้ามาจุนเจือครอบครัว รวมไปถึงเรื่องปากท้อง การซื้อหาอาหาร ที่ไม่สามารถหาซื้อได้เหมือนเหมือนแต่ก่อน

หลังจากการอบรม สุกัญญาเล็งเห็นความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงทางอาหารมากขึ้น และจะนำไปต่อยอดในพื้นที่ของตน โดยเริ่มจากการทำแปลงผักในบ้านและชุมชน รวมถึงแบ่งปันและถ่ายทอดความรู้นี้ให้กับเพื่อน ๆ ในชุมชนอีกด้วย

“การอบรมวันนี้ เป็นเรื่องของการปรุงดิน การปลูกผักไว้กินเอง เชื่อว่าในอนาคตผักที่ปลูกได้ สามารถเอาไปแบ่งปันให้เพื่อนร่วมงาน และเพื่อนฝูงได้กินด้วย จริง ๆ ไม่ใช่แค่ผัก ความรู้ที่ได้ก็สามารถเอาไปแบ่งปันได้ด้วยเช่นกัน”

ขจร ฉูตรสูงเนิน จากชุมชนไทยเกรียง / ภาพ: สุริยะ ผ่องพันธุ์งาม / แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย

ขจร ฉูตรสูงเนิน จากเครือข่ายพื้นที่ชุมชนไทยเกรียง จังหวัดสมุทรปราการ ปัจจุบันเป็นช่างซ่อมบำรุงในชุมชนที่เขาอาศัยอยู่ ถึงส่วนตัวเขาจะมีผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ไม่มากเท่ากับคนอื่นในชุมชน แต่ต้องประสบปัญหาเรื่องอาหารการกิน เพราะบางครั้ง ภรรยาไม่สามารถออกไปตลาดได้ทุกวันเหมือนเมื่อก่อน ด้วยความสนใจเรื่องความมั่นคงทางอาหาร และเคยปลูกผักกินเองอยู่บ้างที่บ้าน จึงสนใจเข้ารับการอบรมในครั้งนี้ เพราะอยากปลูกผักกินเองอย่างถูกวิธี และเป็นตัวอย่างให้กับคนในชุมชน

“ความรู้บางอย่างในการอบรมเราไม่เคยรู้มาก่อน อย่างเรื่องการปลูกพืช เราไม่เคยรู้ว่าต้องมาทำความสะอาดก่อนใด ๆ การมาอบรมครั้งนี้ถือว่าได้ความรู้เยอะ ที่สามารถใช้ได้จริง”

หลังการอบรมครั้งนี้ ขจรจะสามารถมีผักสวนครัวที่ปลูกไว้เองที่สามารถนำมาทานได้ทุกวัน และแบ่งปันให้เพื่อนบ้านได้ ที่สำคัญเขาเชื่อมั่นว่าความรู้นี้จะยังสามารถช่วยให้เขารับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้นในขณะนี้และในอนาคตต่อ ๆ ไปได้