“หนึ่งในเคสที่หนักที่สุดคือ ผู้ชายคนหนึ่งทักมาทางเฟซบุ๊ก เล่าให้ฟังว่าตกงานเพราะโควิด ไม่มีเงินซื้อข้าวกิน เขาอยากฆ่าตัวตาย เราเลยบอกเขาว่า ไม่ว่าใครก็เกิดมาโดยไม่มีอะไรติดตัว ทรัพย์สินในชีวิตที่หามาได้นั้นคือกำไร ถ้าเขามีชีวิตอยู่ต่อ เขาจะหาของพวกนั้นมาได้อีกครั้ง คำแนะนำของเราพอจะเป็นกำลังใจให้เขา ทำให้เขาเข้าใจหลักการของชีวิต จากคนคนหนึ่งที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ เขาตัดสินใจลุกขึ้นสู้ และผันตัวเองมาเป็นอาสาสมัครบรรเทาพิษโควิดเหมือนกับเรา”

ขวัญใจ เงินทาบ หรือก้อย ย้ายมาจากจังหวัดสุรินทร์เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เพื่อหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในหัวหิน ที่ผ่านมา เธอประกอบอาชีพเป็นตัวแทนกลุ่มแท็กซี่รับจ้างรับส่งนักท่องเที่ยวโดย และเปิดร้านอาหารในอพาร์ทเมนต์ที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่

หลังเกิดการระบาดโควิด-19 จำนวนนักท่องเที่ยวในหัวหินลดลงอย่างมาก จึงทำให้เธอมีรายได้จุนเจือตนเองและครอบครัวน้อยลง ถึงอย่างนั้น เมื่อมีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เธอได้พบผู้คนที่ขาดรายได้เช่นเดียวกับเธอ บางคนไม่สามารถแม้แต่จะมีอาหารเพื่อประทังชีวิตได้ เธอจึงเริ่มทำถุงยังชีพขนาดเล็กเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบในระแวกบ้าน และประชาสัมพันธ์ผ่านการถ่ายทอดสดบนเฟซบุ๊กของตนเอง

วันหนึ่ง กลุ่มชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในหัวหินได้แวะไปที่บ้านเพื่อชื่นชมและให้การสนับสนุนเงินทุนเพื่อแจกถุงยังชีพต่อไป พวกเขาแนะนำเธอให้รู้จักกับมูลนิธิแสง ที่ทำเรื่องการบริจาคให้กับคนยากไร้ เธอจึงสนใจและตัดสินมาร่วมงานกับมูลนิธิฯ และกลายเป็นกำลังหลักเพื่อช่วยประสานงานกับคนในพื้นที่เพื่อทำกิจกรรมของมูลนิธิฯ จนถึงทุกวันนี้

ในอนาคต แม้วิกฤติของโรคระบาดจะหมดไป คุณขวัญใจยังเต็มใจที่จะทำงานอาสาสมัครนี้ต่อไป เพราะเธอเชื่อในคนไทย “ถึงแม้ว่าเขาไม่ใช่พี่น้อง แต่เราเป็นคนไทยเหมือนกัน จึงควรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”

ขวัญใจ เงินทาบ: หญิงผู้สู้ผลกระทบ โควิด ผันตัวเองเป็นอาสาสมัครเพื่อเพื่อนร่วมชะตา
Photo: Suriya Phongphunngam/ActionAid
ขวัญใจ เงินทาบ: หญิงผู้สู้ผลกระทบ โควิด ผันตัวเองเป็นอาสาสมัครเพื่อเพื่อนร่วมชะตา
Photo: Suriya Phongphunngam/ActionAid

ติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการอียูรับมือโควิดและกิจกรรมอาสาสมัครได้ทางเฟซบุ๊ก facebook.com/EUCovid19TH