งานแถลงข่าวโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพ การศึกษา (แอคเซส สคูล)

เชิญสื่อมวลชนร่วมงานเปิดตัวโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ACCESS School)

วันพุธที่ 5 สิงหาคม 2563 นี้ สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย ร่วมกับ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) และสมาคมไทบ้าน ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนร่วมงานเปิดตัวโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (แอคเซส สคูล) เพื่อเปิดตัวแผนงานพัฒนาโมเดลโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนนวัตกรรมเพื่อเด็กและชุมชนเป้าหมาย 400 โรงเรียน 8 จังหวัด 3 ภูมิภาค และเครือข่ายครูแกนนำ "ชุมชนสร้างโรงเรียน โรงเรียนสร้างชุมชน" พร้อมประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างเครือข่ายภาคประชาสังคม ครู โรงเรียน ชุมชน กระทรวงศึกษาธิการ และสหภาพยุโรป (EU) ในการรวมพลังเพื่อขับเคลื่อนโรงเรียนขนาดเล็กและนวัตกรรมการศึกษาเพื่อเด็ก ชุมชน และปฏิรูปการศึกษาไทย ณ ห้องบอลรูม ชั้น 4 โรงแรมคอนราด กรุงเทพ ถนนวิทยุ เวลา 9.00- 13.00 น.

สืบเนื่องจาก ประเด็นด้านสิทธิการศึกษา (Rights to Education) ของโรงเรียนขนาดเล็ก (โรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยกว่า 120 คน) จากจำนวน 15,000 แห่งทั่วประเทศ โดยกว่าสองในสามมีความเสี่ยงในบริบทด้านคุณภาพการศึกษาที่ท้าทายจะปิดตัวหรือถูกควบรวมกับโรงเรียนอื่น ๆ อันนำมาซึ่งผลกระทบที่เป็นความเหลื่อมล้าต่อเด็กและชุมชนในมิติสิทธิขั้นพื้นฐาน เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย (สกล.) ร่วมกับมูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) และสมาคมไทบ้าน ซึ่งได้ทำงานร่วมกับเครือข่ายครู และผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อประเมิน ส่งเสริม และพัฒนาโครงการที่เป็นนวัตกรรมด้านพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่สอดรับกับความต้องการของเด็ก โรงเรียนและชุมชนบนสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกและประเทศมาโดยตลอด

ดังนั้น เพื่อตอบสนองกับสถานการณ์ดังกล่าว เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมด้านการศึกษาจึงได้ร่วมกันดำเนิน “โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา” ขึ้น โดยการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป (EU) เพื่อต่อยอดจากภารกิจเดิมที่เคยได้ทำมาและขยายผลของแนวทางการพัฒนาดังกล่าวในระดับชาติ ผ่านการพัฒนาขีดความสามารถของภาคประชาสังคมในประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งและสร้างกลไกร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครอง พัฒนา และปรับปรุงคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งภายใต้การดำเนินโครงการนี้ "โมเดลโรงเรียนขนาดเล็ก" จะถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นแผนแม่บทในการสร้างกลไกการทำงาน ของภาคประชาสังคมและโรงเรียนขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืน บนฐานของการมีส่วนร่วมให้ดียิ่งขึ้น โดยจะนำร่อง ในพื้นที่ 8 จังหวัด 3 ภูมิภาค เป้าหมาย 400 โรงเรียน ระยะเวลา 4 ปี (พ.ศ. 2563-2566) เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อคุณภาพและสิทธิทางการศึกษาของเด็กนักเรียนในชุมชนยากจน และการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาสังคมต่าง ๆ ในทุกระดับตลอดจนถึงการเสริมสร้าง "ครูแกนนำ" ให้เป็นพลังขับเคลื่อนร่วมกับชุมชนเพื่อสร้างโรงเรียน และโรงเรียนสร้างชุมชนไปพร้อมกันอีกด้วย

ในโอกาสนี้เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมด้านการศึกษา ได้แก่ สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย (สกล.) มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), สมาคมไทบ้าน ร่วมกับ เครือข่ายโรงเรียนนอกกะลา, เครือข่ายสมาคมผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก สพป.น่าน เขต 1/โรงเรียนชุมชนภาคเหนือ (น่าน) และเครือข่ายครูและผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กภาคอีสาน, สมาคมพัฒนาการศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ และสมาคมพัฒนาการศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือ "โครงการแอคเซส สคูล" (ACCESS School) ซึ่งจะเปิดตัวอย่างโมเดลโรงเรียนขนาดเล็ก พร้อมกลไกองค์กรภาคประชาสังคมที่จะ ร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมกับกลไกภาครัฐ กระทรวงศึกษาธิการ กระทวงมหาดไทยทั้งในระดับชาติและจังหวัด ในการ หนุนเสริมครู โรงเรียน และชุมชนในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ในวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2563 นี้ เวลา 9.00-13.00 น. ณ ห้องบอลรูม 3 ชั้น 4 โรงแรมคอนราด กรุงเทพ

โดยสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงานจะได้พบกิจกรรมที่น่าสนใจดังนี้:

  • การกล่าวเปิดงานและบรรยายพิเศษ เรื่อง "นโยบายของสหภาพยุโรป (EU) ในการสนับสนุนการศึกษาในประเทศสมาชิก และประเทศต่างๆทั่วโลก" โดย ฯพณฯ เปียร์ก้า ตาปิโอลา เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย
  • การกล่าวแนะนำความเป็นมา เป้าหมายและแผนงานโครงการฯ โดย คุณเทาฮิด อิบเน ฟาริด
    ผู้อำนวยการมูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)
  • รับชมวีดีทัศน์โครงการ "แอคเซส สคูล" ขับเคลื่อนโมเดลโรงเรียนขนาดเล็ก ชุมชนสร้างโรงเรียน โรงเรียนสร้างชุมชน
  • การบรรยายพิเศษ เรื่อง นโยบายและความร่วมมือของกระทรวงศึกษาธิการในการหนุนเสริมภาคประชาสังคมและชุมชนในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กและลดความเหลื่อมล้าทางการศึกษาตามนโยบายการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal เป้าหมายที่ 4)
    โดย ฯพณฯ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • พิธีมอบรางวัลให้กับนักเรียนที่ชนะเลิศการประกวดออกแบบโลโก้โครงการฯ
  • รับของที่ระลึกจากโครงการฯ ชมนิทรรศการแสดงข้อมูล เอกสาร แผนงาน เป้าหมาย และพื้นที่ปฏิบัติงาน
  • พูดคุยแลกเปลี่ยนครูแกนนำ ผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก เด็กนักเรียน ที่ปรึกษาโครงการจากองค์กรภาคประชาสังคมและองค์กรภาครัฐที่พร้อมจะตอบทุกคำถามเพื่อพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กร่วมกัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและยืนยันการเข้าร่วมได้ที่
โทร. 061-2722499, 095-6974565 (ธนารัตน์ บัวบาน)
081-8363588 (อุไรวรรณ กสิวัฒนา)
081-8844062 (เทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย)
094-2645149 (พัชกร พัทธวิภาส)
E-mail: taecaoffice2020@gmail.com

ดาวน์โหลดกำหนดการ

ดาวน์โหลดแผนที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพ

ดาวน์โหลดวิธีการเดินทางไปยังโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ


EU สหภาพยุโรป สนับสนุนแอ็คชั่นเอดและภาคประชาสังคม เปิดตัวโครงการรับมือ-ฟื้นฟูผลกระทบโควิด-19 / European Union

สหภาพยุโรป สนับสนุนแอ็คชั่นเอดและภาคประชาสังคม เปิดตัวโครงการรับมือ-ฟื้นฟูผลกระทบโควิด-19 

สหภาพยุโรป ให้การสนับสนุนมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย และองค์กรภาคประชาสังคม เปิดตัวโครงการรับมือและฟื้นฟูผลกระทบโควิด-19 ในประเทศไทย

ภายใต้การทำงานของทีมยุโรปในการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทั่วโลก สหภาพยุโรปได้แถลงการสนับสนุนโครงการรับมือและฟื้นฟูผลกระทบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ด้วยงบประมาณ 2.6 ล้านยูโร หรือประมาณ 90 ล้านบาท จำนวนสองโครงการ โดยมีจุดมุ่งหมายในการเพิ่มความสามารถและการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมของไทย ที่จะช่วยลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีต่อสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจของกลุ่มประชากรเปราะบางที่สุดในประเทศ ทั้งสองโครงการมีระยะเวลาการดำเนินงานเป็นเวลา 2 ปี และปฎิบัติงานโดยภาคีขององค์กรภาคประชาสังคมในประเทศไทย

โครงการรับมือและฟื้นฟูผลกระทบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยของอียู มีส่วนประกอบหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด การฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนโดยการพัฒนาการดำรงชีพของชุมชนที่ได้ผลกระทบให้ดีขึ้น และการสร้างความสามารถในการยืดหยุ่นของชุมชนในการรับมือวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

“การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบตามมาอย่างใหญ่หลวง ทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว ผลกระทบที่ว่านี้มีทั้งปัญหาด้านสาธารณสุขและการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ไปจนถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจน” ฯพณฯ เปียร์ก้า ตาปิโอลา เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าว “สิ่งที่แน่ชัดในตอนนี้คือ ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องร่วมกันรับมือกับผลลัพธ์เชิงลบที่จะตามมา ในฐานะที่สหภาพยุโรปเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลายาวนาน เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคมในการรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ โดยจะไม่ทิ้งผู้ใดไว้ข้างหลัง ผมยินดีอย่างยิ่งที่การร่วมมือกันของเราจะช่วยให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริงต่อกลุ่มประชากรเปราะบางทั่วประเทศ”

องค์กรหลักในการดำเนินงานของโครงการระดับประเทศคือ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย โดยร่วมกับองค์กรภาคี ซึ่งได้แก่ มูลนิธิชุมชนไท มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ และมูลนิธิชีววิถี โดยมีพื้นที่ในการปฏิบัติงานในเกือบ 40 จังหวัด และจะทำงานกับภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ เช่น แรงงานข้ามชาติ และแรงงานนอกระบบ เด็ก และประชาชนชายขอบ ซึ่งครึ่งหนึ่งของผู้ที่ได้รับผลกระทบนี้เป็นผู้หญิง

“เราร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือชุมชนต่าง ๆ และรับมือกับความต้องการเฉพาะของแต่ละชุมชน ทั้งในช่วงวิกฤตจากการระบาดของโรคและหลังจากนั้น โครงการจะดำเนินการครอบคลุมหลายภาคส่วน โดยจะมีการเตรียมชุมชนให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้น รวมถึงเตรียมการเพื่อฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจและสังคมในระยะสั้นและระยะกลาง และมีมาตรการสร้างความยืดหยุ่นสำหรับกลุ่มคนชายขอบที่เปราะบางที่สุด” เทาฮิด ฟาริด ผู้อำนวยการมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ให้ความเห็น

องค์การช่วยเหลือเด็กได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสมาคมนิสิตเก่าบัณฑิตอาสา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการดำเนินงานโครงการในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ กลุ่มเยาวชน และแรงงานอพยพคืนถิ่น โดยเน้นที่กลุ่มผู้หญิงเป็นสำคัญ

“มีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่หลายครอบครัวที่ยากจนและเปราะบางในประเทศไทยจะไม่สามารถกลับมาดำเนินชีวิตอย่างปกติหลังจากวิกฤตโควิด-19” นายประเสริฐ ทีปนาถ ผู้อำนวยการองค์การช่วยเหลือเด็ก กล่าว “เราต้องมั่นใจว่าบุคคลเหล่านี้จะมีความเข้มแข็ง และมีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ส่วนบุคคล ครอบครัวและชุมชน ให้สามารถรับมือ ป้องกัน และลดผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และสังคมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต”

เกี่ยวกับสหภาพยุโรป

สหภาพยุโรป (อียู) เป็นการรวมตัวในลักษณะสหภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศในทวีปยุโรป มีสมาชิกในปัจจุบันจำนวน 27 ประเทศ ประเทศสมาชิกได้ร่วมกันสร้างภูมิภาคที่มีความมั่นคง เป็นประชาธิปไตย และมีการพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ยังรักษาความหลากหลายทางวัฒนธรรมของประเทศสมาชิก เปิดกว้างในการยอมรับซึ่งกันและกัน และเคารพเสรีภาพของประชาชน ในปี 2555 (ค.ศ. 2012) สหภาพยุโรปได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เนื่องจากเป็นองค์กรที่ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ ความสมานฉันท์ ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนในยุโรป

สหภาพยุโรปเป็นสมาคมทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงเป็นแหล่งทุนและเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ นอกจากนี้สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกยังเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (Official Development Assistance) รายใหญ่ที่สุดในโลก โดยที่มูลค่าการให้ความช่วยเหลือรวมกันเกินครึ่งหนึ่งของยอดรวมทั้งโลก

สหภาพยุโรป สนับสนุนแอ็คชั่นเอดและภาคประชาสังคม เปิดตัวโครงการรับมือ-ฟื้นฟูผลกระทบโควิด-19 


จดหมายข่าว มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย (กรกฎาคม 2563) / ActionAid Thailand Newsletter (July 2020)

จดหมายข่าว มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ฉบับที่ 3/2563 (กรกฎาคม 2563)

ติดตามความก้าวหน้าของมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ผ่านจดหมายข่าวออนไลน์ฉบับเดือนกรกฎาคม 2563 ได้แล้ววันนี้

ในช่วงที่ผ่านมา งานมูลนิธิฯ ยังคงมุ่งเน้นการรับมือกับผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ในมิติต่าง ๆ พบกับรายงานสรุปผลการระดมทุนจำนวน 27,710 บาท เพื่อสนับสนุนนักเรียนโรงเรียนขนาดเล็กด้านอาหารและสุขอนามัย, ประกาศความร่วมมือภาคประชาสังคมเพื่อเตรียมความพร้อมและความยืดหยุ่นของแรงงานข้ามชาติและกลุ่มคนชายขอบอื่น ในการรับมือกับผลกระทบของโรคระบาด, เปิดตัว #ทีมเผือกชุมชน ชวนทุกคนสอดส่อง ป้องกันความรุนแรงในครอบครัวช่วงล็อคดาวน์, โครงการข้าวแลกปลา การแบ่งปันของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อสู้พิษเศรษฐกิจ รวมถึงความคืบหน้าของโครงการ ACCESS การขับเคลื่อนการศึกษาที่ทุกคน "เข้าถึง" ได้

ดาวน์โหลดจดหมายข่าวมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ฉบับเดือนกรกฎาคม 2563


แอ็คชั่นเอดเตือน อย่าละเลยที่พึ่งของผู้หญิง หลัง ความรุนแรง ทางเพศ พุ่งช่วงโควิด-19

แอ็คชั่นเอดเตือน อย่าละเลยที่พึ่งของผู้หญิง หลังความรุนแรงทางเพศพุ่งสูงช่วงโควิด-19

รายงานใหม่ของแอ็คชั่นเอดชี้ การฆาตกรรมผู้หญิงและความรุนแรงในครอบครัวพุ่งสูงหลายเท่าตัวช่วงวิกฤติโควิด-19

เมื่อโลกตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินและสภาวะล็อกดาวน์โควิด-19 ความรุนแรงทางเพศพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วงในหลายประเทศทั่วยุโรป แอฟริกา เอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ เนื่องจากบ้านพักฉุกเฉินปิดทำการและรัฐบาลประเทศต่าง ๆ โยกงบประมาณเพื่อรับมือกับโรคระบาด

รายงาน “Surviving COVID-19: A Women-Led Response” อ้างอิงข้อมูลและสำรวจจากหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและขบวนการสิทธิสตรีจากทั่วโลก พบว่าการปิดเมืองกลายเป็นสถานการณ์บังคับให้คดีความรุนแรงจำนวนมากถูกไกล่เกลียหรือยอมความนอกศาล ส่งผลให้ผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้รับความยุติธรรม มีโอกาสน้อยลงที่จะตั้งต้นชีวิตใหม่ รวมถึงสร้างความตึงเครียดเพิ่มขึ้นภายในชุมชน

เอเน โอบี ผู้อำนวยการองค์การแอ็คชั่นเอด ไนจีเรีย กล่าวว่า “เราไม่เคยตื่นตระหนกกับความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กมากเท่าในระยะหลังมานี้

“เด็กหญิงและผู้หญิง ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ กำลังใช้ชีวิตอยู่กับความกลัว พวกเขาไม่รู้สึกปลอดภัยแม้แต่ในบ้านของตัวเอง ในสถานการณ์ตอนนี้ การจับกุมตัวไม่เพียงพออีกต่อไปในฐานะเครื่องยับยั้งการลงมือของผู้กระทำ เพราะคดีความรุนแรงส่วนใหญ่กำลังถูกไกล่เกลียหรือยอมความนอกศาล หมายความว่าผู้ถูกกระทำ ผู้รอดชีวิต และครอบครัวของพวกเขาจะไม่ได้รับความยุติธรรมที่แท้จริง”

รายงานยังระบุว่า:

    • ในบังคลาเทศ เครือข่ายหน่วยงานด้านความช่วยเหลือของแอ็คชั่นเอด ซึ่งรวมถึงค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา พบว่าในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าตัว (983%) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา
    • ในบราซิล กลุ่มหน่วยงานด้านความปลอดภัยเผยว่า ผู้หญิง 143 คน ใน 12 รัฐ ถูกกระทำความรุนแรงถึงชีวิตในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราการฆาตกรรมผู้หญิงเพิ่มขึ้น 22% จากปีที่แล้ว ในรัฐอาเกรทางตอนเหนือ การฆาตกรรมผู้หญิงเพิ่มสูงขึ้น 300%
    • ในอูกานดา แอ็คชั่นเอดจำเป็นต้องปิดทำการบ้านพักฉุกเฉิน 10 แห่ง เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ แม้ว่าปริมาณเคสช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน 2563 ได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของปีก่อนหน้า
    • ในฉนวนกาซา พันธมิตรแอ็คชั่นเอดรายงานว่า ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม หน่วยงานให้ความช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงทางเพศเพิ่มขึ้น 700% มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562
    • ในอิตาลี ข้อมูลจากบ้านพักฉุกเฉิน 228 แห่ง เผย ผู้หญิงที่ติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนของรัฐบาล มีจำนวนมากขึ้น 59%
    • ในไนจีเรีย รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังจำนวนคดีฆาตกรรมผู้หญิงและข่มขืนพุ่งขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง บ้านพักฉุกเฉินแห่งหนึ่งรายงานว่ามีได้รับเรื่องเพิ่มขึ้น 700% ตั้งแต่เริ่มมีการล็อกดาวน์ แอ็คชั่นเอดกำลังเรียกร้องให้มีประกาศห้ามประกันตัวผู้กระทำและการยอมความนอกศาล สำหรับคดีความรุนแรงที่โหดร้ายลักษณะนี้ หลังได้รับรายงาน 253 เหตุร้ายแรงที่ถูกบันทึกเป็นรายลักษณ์อักษร

การเพิ่มขึ้นของเหตุข่มขืนและฆาตกรรมผู้หญิงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องและคาดการณ์ได้ และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะในสถานการณ์ฉุกเฉินใด แต่กลับเป็นปัญหาที่ได้รับความสนใจและงบประมาณน้อยที่สุดในแผนงานด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติเพื่อต่อสู้กับโรคโควิด-19 (Global Humanitarian Response Plan for COVID-19) โดยที่ผ่านมา มีการจัดสรรงบประมาณเพียงน้อยกว่า 0.3% จากทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการป้องกันความรุนแรงต่อผู้หญิง

4 ปีที่แล้ว ณ การประชุมสุดยอดว่าด้วยการดำเนินงานด้านมนุษยธรรม (World Humanitarian Summit) ผู้นำจากทั่วโลกตั้งพันธสัญญาไว้ว่า 25% ของงบประมาณเพื่องานด้านมนุษยธรรม จะไปที่องค์กรท้องถิ่น อาทิ บ้านพักฉุกเฉินต่าง ๆ ที่รายงานของแอ็คชั่นเอดอ้างอิงถึง ทว่าแผนงานด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติเพื่อต่อสู้กับโรคโควิด-19 ไม่เป็นไปตามการให้คำมั่นดังกล่าว โดยมีงบประมาณไปถึงหน่วยงานท้องถิ่นเพียง 0.1%

จูเลีย ซานเชส เลขาธิการองค์การแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า:

“โควิด-19 เป็นวิกฤติด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจที่ส่งผลถึงเหตุฆาตกรรมผู้หญิง การข่มขืน และความรุนแรงอื่น ๆ ต่อผู้หญิงและเด็กหญิง รายงานของเราแสดงให้เห็นว่านี่คือปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและสามารถคาดการณ์ได้ และเห็นได้ชัดว่ามีการแจ้งเหตุน้อยกว่าความเป็นจริง

“รัฐบาลประเทศต่าง ๆ องค์กรการกุศล และผู้บริจาคทั่วโลก ต้องยื่นมือช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ยกระดับงบประมาณที่ไม่อาจเพียงพอหรือไปไม่ถึงหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้หญิง และองค์กรท้องถิ่นที่ทำงานอยู่หน้าด่านของโรคระบาดครั้งนี้ รวมถึงวิกฤติมนุษยธรรมและภัยพิบัติต่าง ๆ

“สองในสามของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเป็นผู้หญิง แต่ในระดับผู้มีอำนาจการตัดสินใจในสถานการณ์โควิด-19 ผู้หญิงคิดเป็นหนึ่งในสี่เท่านั้น นี่เป็นหนึ่งเหตุผลที่การวิจัยทางแพทย์ต่าง ๆ ไม่ให้น้ำหนักความต้องการเฉพาะของผู้หญิง และมีการตัดสินใจมากมายที่ไม่ได้คำนึงถึงผู้หญิง แม้ผู้หญิงจะกำลังประสบผลกระทบของวิกฤตินี้อย่างหนักหน่วงก็ตาม”

รายงาน “Surviving COVID-19: A Women-Led Response” ของแอ็คชั่นเอด เตือน “เรากำลังเดินละเมอเข้าสู่อีกภาวะโรคระบาดทั่วโลกที่คร่าชีวิตผู้หญิง” พร้อมเรียกร้องให้ยกระดับศูนย์ให้ความช่วยเหลือด้านความรุนแรงทางเพศ เช่น บ้านพักฉุกเฉิน และแผนการดูแลผู้ถูกกระทำและกระบวนการส่งต่อ เป็นสิ่งที่ควรมีในทุกประเทศ

แอ็คชั่นเอด กำลังรับมือกับผลกระทบของโควิด-19 ใน 40 ประเทศทั่วโลก หน่วยงานความช่วยเหลือในพื้นที่ที่นำโดยผู้หญิงในเครือข่ายต่างระบุว่า ความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิงมีเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงไวรัสเริ่มระบาด มากกว่า 60% ของงบประมาณเพื่องานด้านมนุษยธรรมของแอ็คชั่นเอดนั้นไปยังองค์กรท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นองค์กรช่วยเหลือผู้หญิง

ดาวน์โหลดรายงาน “Surviving COVID-19: A Women-Led Response”


ผู้บริจาคแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ส่งน้ำใจให้เด็กโรงเรียนเล็ก บรรเทาผลกระทบ โควิด -19

ผู้บริจาคแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ส่งน้ำใจให้เด็กโรงเรียนเล็ก บรรเทาผลกระทบโควิด-19

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ทำงานร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุนชนในกระบวนการดังกล่าว แต่เมื่อโควิด-19 ก่อให้เกิดภาวะฉุกเฉินด้านอาหารและสาธารณะสุขทั่วประเทศ เด็กจากครอบครัวที่ถูกเลิกจ้างงานและขาดรายได้นั้นไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ และไม่สามารถพึ่งมื้อกลางวันจากโรงเรียนได้เช่นเคยเนื่องจากการปิดภาคเรียนที่ยาวนานขึ้น นอกจากนี้ พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์สุขอนามัยที่จะช่วยป้องกันโรคระบาดได้ โรงเรียนขนาดเล็กเองก็มีกำลังและทรัพยากรอย่างจำกัดเกินกว่าจะสามารถช่วยเหลือดูแลเด็ก ๆ ในชุมชนอย่างทั่วถึง

มูลนิธิฯ จึงเร่งระดมทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบเหล่านี้ ด้วยแรงสนับสนุนของผู้บริจาคจำนวน 27,710 บาท เราสามารถทยอยนำส่งปัจจัยช่วยเหลือด้านอาหารและด้านสุขอนามัยไปยังผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนที่สุด ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2563 เราได้ส่งต่อชุดความช่วยเหลือไปยังครอบครัวของนักเรียนโรงเรียนขนาดเล็ก 10 โรงเรียน ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม และน่าน รวมมีผู้ได้รับความช่วยเหลือแล้วมากกว่า 40 ชีวิต

เราขอขอบคุณในความมุ่งมั่นและการประสานงานของคณะครูโรงเรียนขนาดเล็ก ได้แก่ โรงเรียนวัดโคกทอง โรงเรียนวันมหาราช โรงเรียนบ้านห้วยรางเกตุ โรงเรียนบ้านหนองขาม โรงเรียนวัดดอนโพธิ์ทอง โรงเรียนวัดอมรวดี โรงเรียนวัดบ้านยาง โรงเรียนแหลมบัววิทยา โรงเรียนวัดปากน้ำ โรงเรียนวัดสระด่าน และโรงเรียนบ้ารฮากฮาน มา ณ ที่นี้

ผู้บริจาคแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ส่งน้ำใจให้เด็กโรงเรียนเล็ก บรรเทาผลกระทบ โควิด -19
Photo: Suppanat Phaka / ActionAid Thailand

ชุดความช่วยเหลือ 1 ชุดประกอบด้วย ข้าวสาร 5 กิโลกรัม, ไข่ไก่ 1 แผง 30 ฟอง, นม UHT 2 แพ็ค, ปลากระป๋อง, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, น้ำมันพืช, ซีอิ๊ว, น้ำตาลทราย, สบู่, เจลแอลกอฮอล์, หน้ากากอนามัย และผ้าอนามัย รวมมูลค่า 500 บาท / ชุด สำหรับความช่วยเหลือในจังหวัดน่าน เราได้ส่งต่ออาหารและสิ่งของด้านสุขอนามัยประเภทเดียวกันนี้ โดยมีมูลค่า 1,000 / ชุด เนื่องจากครอบครัวเป้าหมายของเด็ก ๆ เชื้อสายมลาบรีจำนวน 4 ครอบครัว เป็นครัวเรือนยากจนพิเศษ มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างลำบาก และขาดโอกาสทางสังคมเป็นอย่างมาก

ผู้บริจาคแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ส่งน้ำใจให้เด็กโรงเรียนเล็ก บรรเทาผลกระทบ โควิด -19
Photo: Suppanat Phaka / ActionAid Thailand
ผู้บริจาคแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ส่งน้ำใจให้เด็กโรงเรียนเล็ก บรรเทาผลกระทบ โควิด -19
Photo: ActionAid Thailand

ขณะนี้ การสนับสนุนที่ส่งผ่านทางมูลนิธิฯ ยังมีไม่มากพอที่จะส่งต่อได้อย่างทั่วถึง และยังมีเด็กกลุ่มเปราะบางในชุมชนชนบทอีกจำนวนมาก ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างหนักหน่วงและกำลังรอความช่วยเหลือ

💝 ร่วมบริจาคผ่านเว็บไซต์ (เลือกบริจาคแบบ "ครั้งเดียว") หรือผ่านการโอนเงินมาที่

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพหลโยธิน
เลขที่บัญชี 014 306145 2

สอบถามรายละเอียดเพิ่ม โทร 02 279 6601 อีเมล retention.thailand@actionaid.org หรือ facebook.com/ActionAidThailand


School Champion แอ็คชั่นเอด ตามหาครูแกนนำร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ชนบท

แอ็คชั่นเอด ตามหาครูแกนนำ "School Champion" ร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ชนบท

📢 โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา กำลังประกาศรับสมัครครูแกนนำจำนวน 20 ท่าน จาก 8 จังหวัดพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม น่าน กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด เพื่อสนับสนุนการขยายผลงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ชนบท

ครูแกนนำ หรือ “School Champion” จะรับหน้าที่เป็นโค้ช ให้คำปรึกษากับโรงเรียนในระดับพื้นที่ และจัดอบรมการใช้นวัตกรรมการเรียนการสอน และการติดตามผลตามแนวทาง หลักสูตรการเรียนรู้จากการปฏิบัติ (Active Learning)

คุณครูที่สนใจ สามารถกรอกใบสมัครออนไลน์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 25 พฤษภาคม 2563 เราจะประกาศผลการรับสมัครในวันที่ 31 พฤษภาคม ทางหน้า Facebook ของมูลนิธิฯ และ Access School ชุมชนสร้างโรงเรียน โรงเรียนสร้างชุมชน

สมัครกันเข้ามาเยอะ ๆ แล้วมาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงกับเรานะคะ

โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (Building an active, networked civil society to improve delivery and access to quality education in Thailand) คือโครงการระยะ 4 ปีที่ดำเนินงานโดยมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย สมาคมไทบ้าน และศูนย์การเรียน เครือข่ายการศึกษาทางเลือก โดยได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป European Union in Thailand


แบ่งปันน้ำใจให้เด็ก ๆ โรงเรียนขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

แบ่งปันน้ำใจให้เด็ก ๆ โรงเรียนขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

ช่วงวิกฤติกักตัวจากสถานการณ์ COVID-19 มีเด็กเกือบ 21,000 คน อาจต้องอยู่กับความหิวโหย

พ่อแม่ของพวกเขาตกงานและขาดรายได้ สำหรับพวกเขาแล้ว ความอดอยากเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากกว่าการติดเชื้อไวรัส

ขณะเดียวกัน ชุมชนของพวกเขาไม่มีทรัพยากรและช่องทางที่จะจัดหาอุปกรณ์ด้านสุขอนามัย ที่จะช่วยปกป้องพวกเขาได้

เราต้องการความช่วยเหลือจากท่านอย่างเร่งด่วน

ผลกระทบของ COVID-19 ต่อเด็กโรงเรียนขนาดเล็ก

โรงเรียนขนาดเล็กมีกำลังและทรัพยากรอย่างจำกัด ในการจัดเตรียมอุปกรณ์สุขอนามัยสำหรับเด็กนักเรียน บุคลากรของโรงเรียน และชุมชน แม้จะมีการช่วยเหลือจากรัฐ เช่น การแจกจ่ายหน้ากากและสิ่งของแก่ประชาชนส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสและผลกระทบที่ตามมา โรงเรียนจำนวนมากขาดความช่วยเหลือและการสนับสนุน ที่จะทำให้พวกเขาพร้อมเริ่มการเรียนการสอนในเดือนกรกฎาคมนี้

ในช่วงปิดภาคเรียนที่ยาวนานขึ้น เด็กจากครอบครัวยากจนไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เกิดเป็นภาวะทุพโภชนาการ ครอบครัวของพวกเขารับภาระทางเศรษฐกิจที่หนักขึ้น การถูกเลิกจ้างงานหรือพักงานเนื่องมาจากมาตรการปิดเมืองทำให้ขาดรายได้ในการซื้ออาหารที่มีประโยชน์ หรืออิ่มท้องสำหรับลูกหลานในแต่ละวัน

เราจะช่วยเหลืออย่างไร

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ทำงานร่วมกับโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน และทำให้มั่นใจได้ว่าเด็กทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาคุณภาพได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนและมีฐานะอย่างไร แต่ขณะนี้ การแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ก่อให้เกิดภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณะสุขในระดับโลกและระดับประเทศ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทยกำลังระดมทุน 6.5 ล้านบาท เพื่อรับมืออย่างเร่งด่วนกับผลกระทบที่เด็กโรงเรียนขนาดเล็กกำลังประสบ โปรดร่วมเป็นพลังสนับสนุนการทำงานของเรา

ด้านสุขอนามัย – เราจะจัดหาอุปกรณ์ด้านสุขอนามัย เช่น สบู่เหลวล้างมือ เจลแอลกอฮอล์ หน้ากากผ้า และน้ำยาทำความสะอาด สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก 80 แห่ง เพื่อให้โรงเรียนมีมาตรฐานอนามัยเด็กและบุคลากรที่ดี และพร้อมสำหรับการเรียนการสอนในภาคเรียนที่จะถึง

ด้านอาหาร – เราจะจัดตั้งครัวชุมชนในโรงเรียนขนาดเล็ก 80 แห่ง เพื่อเตรียมมื้ออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ สำหรับเด็ก 20,761 คน และครอบครัวของพวกเขา

น้ำใจของท่านจะทำให้มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย สามารถช่วยเหลือเด็กกลุ่มเปราะบางที่สุดใน 80 ชุมชน ที่กำลังได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 โปรดสนับสนุนเราตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2563 ทันทีที่เราได้รับทุนสนับสนุน เราจะเริ่มทยอยดำเนินการส่งอาหารไปยังชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือ และจัดเตรียมอุปกรณ์ด้านสุขอนามัยต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนการเปิดภาคการศึกษาใหม่

วิธีการบริจาค

1. บริจาคด้วยบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต ผ่านระบบออนไลน์ที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัย

      • ไปยัง https://actionaid.or.th/donate
      • เลือกบริจาคแบบ “ครั้งเดียว” และระบุจำนวนเงินบริจาค (ขั้นต่ำ 300 บาท)
      • กรอกข้อมูลผู้บริจาค
      • รับหลักฐานการบริจาคทางอีเมล

2. บริจาคโดยการโอนเงินมาที่

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพหลโยธิน
เลขที่บัญชี 014 306145 2

จากนั้น ส่งรายละเอียดการบริจาค พร้อมชื่อ-ที่อยู่ของท่าน มาที่ retention.thailand@actionaid.org (คุณพัชราภรณ์ ไป่ฟาทอง) สำหรับการจัดส่งใบเสร็จรับเงิน

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จะจัดส่งใบเสร็จรับเงินบริจาคให้ท่านภายใน 7-10 วันหลังการบริจาค ซึ่งใบเสร็จไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ หากพบปัญหาหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ 02-279-6601 หรืออีเมล retention.thailand@actionaid.org


จดหมายข่าว มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ฉบับที่ 2/2563 (เมษายน 2563)

จดหมายข่าว มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ฉบับที่ 2/2563 (เมษายน 2563)

ติดตามความก้าวหน้าของมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ผ่านจดหมายข่าวออนไลน์ฉบับเดือนเมษายน 2563 ได้แล้ววันนี้

อ่านเรื่องเด่นในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา อาทิ การรับมือสถานการณ์ COVID-19 ของสหพันธ์แอ็คชั่นเอด การเปิดตัวโครงการใหม่ระยะ 4 ปี ที่ส่งเสริมศักยภาพของภาคประชาสังคมและชุมชนในการมีส่วนร่วมตัดสินใจนโยบายการศึกษา และกิจกรรมเฉลิมฉลองวันสตรีสากลของแอ็คชั่นเอดในประเทศต่าง ๆ ฯลฯ

เรายังได้พูดคุยกับ ครูบัว–บุณฑริก ซื่อสัตย์ ครูโรงเรียนขนาดเล็ก ณ บ้านฮากฮาน จังหวัดน่าน ถึงการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในระดับท้องถิ่น และการพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลให้เป็นโรงเรียนสอนคิด ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าพื้นที่การเรียนรู้ที่มีคุณภาพไม่จำเป็นต้องมีทรัพยากรที่ไฮเทคและครบครันเสมอไป

ดาวน์โหลดจดหมายข่าวมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ฉบับเดือนเมษายน 2563


ประธานคณะกรรมการแอ็คชั่นเอด เข้าร่วมคณะที่ปรึกษา กองทุนเงินระหว่างประเทศ

ประธานคณะกรรมการแอ็คชั่นเอด เข้าร่วมคณะที่ปรึกษากองทุนเงินระหว่างประเทศ

กองทุนเงินระหว่างประเทศ (International Monetary หรือ IMF) เผยคณะที่ปรึกษาภายนอกชุดใหม่ โดยมีเนียรัดซาย กัมบนซ์วานดา (Nyaradzayi Gumbonzvanda) ประธานคณะกรรมการ องค์การแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นหนึ่งในรายชื่อ 12 ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก

คริสตาลีนา จอร์จีวา (Kristalina Georgieva) ผู้อำนวยการบริหาร กองทุนเงินระหว่างประเทศ กล่าวว่า คณะที่ปรึกษาชุดนี้จะนำเสนอมุมมองและประสบการณ์ด้านงานพัฒนา นโยบาย การเงิน และภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกองทุนเงินระหว่างประเทศในการช่วยเหลือประเทศสมาชิก ซึ่งรวมถึงการรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจของวิกฤติโควิด-19ที่กำลังเกิดขึ้น

ในการพบกันครั้งแรกของคณะที่ปรึกษาภายนอก เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2563 คุณเนียรัดซาย ซึ่งเป็นผู้แทนของเสียงจากกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ (ประเทศรายได้ต่ำ-ปานกลาง) กล่าวถึงความกังวลของแอ็คชั่นเอดต่อผลกระทบรุนแรงจากวิกฤติหนี้ในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีผู้ได้รับการติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ระบบสาธารณะสุขของประเทศต่าง ๆ ไม่ได้รับงบประมาณอย่างเพียงพอ และไม่พร้อมรับมือกับโรคระบาดใหญ่

ก่อนการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการของกองทุนเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก (Spring Meetings) ประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 14-17 เมษายน แอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล ได้นำเสนอชุดขอแนะนำที่เน้นความสำคัญของ “การฉีดทุน” เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงการเกิดสภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณะสุขและเศรษฐกิจที่จะเกิดจากโควิด-19

รายชื่อคณะที่ปรึกษาภายนอกของผู้อำนวยการบริหาร กองทุนเงินระหว่างประเทศ ได้แก่

เอ็นโกซี โอคอนโจ-อิเวียลา (Ngozi Okonjo-Iweala) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ประเทศไนจีเรีย

ธาร์มาน ชานมุการัตนัม (Tharman Shanmugaratnam) รัฐมนตรีอาวุโส ประเทศสิงคโปร์ และประธานคณะกรรมการ องค์การเงินตราแห่งประเทศสิงคโปร์

คริสติน ฟอร์บส์ (Kristin Forbes) ศาสตราจารย์สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)

เควิน รัดด์ (Kevin Rudd) อดีตนายกรัฐมนตรี ประเทศออสเตรเลีย

ลอร์ดมาร์ค แมลล็อค บราวน์ (Lord Mark Malloch Brown) อดีตรองเลขาธิการแห่งสหประชาชาติ

ฟายเคอ ไซจ์เบสมา (Feike Sijbesma) อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Royal DSM

ราฆุรัม ราชัน (Raghuram Rajan) ศาสตร์จารย์มหาวิทยาลัยชิคาโก

อานา โบติน (Ana Botín) ประธานกรรมการกลุ่มบริหาร ธนาคาร Santander

คาร์เมน ไรน์ฮาร์ต (Carmen Reinhart) ศาสตร์จารย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

โมฮาเหม็ด เอ. เอล-เอเรียน (Mohamed A. El-Erian) หัวหน้าที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ บริษัท Allianz

สกอตต์ ไมเนิร์ด (Scott Minerd) ผู้บริหารสูงสุดด้านการลงทุน บริษัท Guggenheim Investments

เนียรัดซาย กัมบนซ์วานดา (Nyaradzayi Gumbonzvanda) ประธานคณะกรรมการ องค์การแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล

อ่านแถลงการณ์ฉบับเต็มของผู้อำนวยการบริหาร กองทุนเงินระหว่างประเทศ ได้ที่นี่


 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ เจนน่า พูเดเล็ค (Jenna Pudelek) ห้องข่าวแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ +44 7795642990 หรืออีเมล jenna.pudelek@actionaid.org