การรับมือและฟื้นฟูผลกระทบโควิด-19

ชื่อโครงการ

โครงการเสริมสร้างศักยภาพองค์กรภาคประชาสังคมในการต่อสู้โรคโควิด 19 ในประเทศไทย – ปฏิบัติการทั่วประเทศ (โครงการอียูรับมือโควิด)

ที่มาโครงการ

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ทำงานกับกลุ่มชุมชนชายขอบที่ประสบปัญหาโรคระบาดโควิด-19 ตั้งแต่เริ่มแพร่ระบาดในประเทศไทย ร่วมกับองค์กรภาคีร่วมโครงการ ได้แก่ มูลนิธิชีววิถี มูลนิธิชุมชนไท และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ องค์กรเหล่านี้มาร่วมกันเฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือชุมชนในการบรรเทาทุกข์ ฟื้นฟูและการตั้งรับปรับตัว กลุ่มคนไร้รัฐที่อาศัยตามแนวเขตแดนระหว่างไทยกับพม่า แรงงานต่างด้าวจากพม่า ลาว เขมร ที่ไม่สามารถกลับประเทศได้เนื่องจากการประกาศปิดประเทศของไทย รวมถึงแรงงานนอกระบบในเขตเมือง ชุมชนยากจนในเขตเมืองกึ่งย่านอุตสาหกรรม คนยากจนในเขตชนบท ซึ่งรวมถึงเกษตรกรรายย่อย และกลุ่มชาติพันธุ์ องค์กรเหล่านี้ได้ทำงานในการช่วยบรรเทาทุกข์แก่ชุมชนที่เปราะบาง ซึ่งนำไปสู่การฟื้นฟูและสนับสนุนความเป็นไปได้ในการตั้งรับปรับตัวในช่วงต่อจากการบรรเทาทุกข์อีก 2 ปี มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย และกลุ่มองค์กรภาคีความร่วมมือนี้ได้ร่วมกันเตรียมการออกแบบกิจกรรม โดยให้ความสำคัญต่อผู้หญิง เด็ก คนชรา และผู้พิการในชุมชนเป้าหมาย องค์กรภาคประชาสังคมและองค์การชุมชนลำดับสามที่ได้รับทุนโครงการย่อยอีก 7 องค์กรซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ

พื้นที่ปฏิบัติการ

28 จังหวัดใน 5 ภูมิภาค คือ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน

กรกฏาคม 2563 - กรกฏาคม 2565 (24 เดือน) รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงต่าง ๆ ในภายหลัง ระบบเศรษฐกิจจะค่อย ๆ เปิดอย่างค่อยเป็นค่อยไปและสนับสนุนความต้องการของชุมชนที่จะรวมพลังทำงานด้วยกันอีกครั้ง

วัตถุประสงค์ของโครงการ

    • วัตถุประสงค์โดยรวม: เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมขององค์กรภาคประชาสังคมของไทยในการทำงานกับชุมชนต่าง ๆ ในประเทศไทยที่มีความเปราะบาง ในการป้องกัน จัดการแก้ไข ลดความเสี่ยงและช่องว่างต่าง ๆ ในบริบทของโรคโควิด-19
    • วัตถุประสงค์เฉพาะ: เพื่อสนับสนุนและสร้างเสริมศักยภาพและการมีส่วนร่วมขององค์กรภาคประชาสังคมของไทยในการต่อสู้ ฟื้นฟู และสร้างการตั้งรับปรับตัวให้กับชุมชนต่าง ๆ ที่มีความเปราะบางมากที่สุดเพื่อลดผลกระทบต่าง ๆ ทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากโรคโควิด-19 ที่ระบาดไปทั่วโลก

โครงการอียูรับมือโควิด EU COVID-19 Response and Recovery in Thailand – Nationwide Intervention

กลุ่มเป้าหมาย

    • ชุมชนที่มีความเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ได้แก่ 1. กลุ่มแรงงานข้ามชาติที่มาจากประเทศใกล้เคียง เช่น พม่า กัมพูชา และลาว 2. แรงงานนอกระบบในเขตเมือง 3. กลุ่มชาติพันธุ์ ชาวเล 4. กลุ่มคนไร้รัฐ 5. ชุมชนคนจนในเมือง 6. ชุมชนคนจนในชนบท รวมถึง เกษตรกรรายย่อย 7. โรงเรียนและศูนย์ชุมชน ประกอบด้วยเด็กจำนวน 12,970 คน (เด็กหญิงจำนวน 5,780 คน) จำนวนกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ รวมทั้งสิ้นประมาณ 387,038 คน
    • องค์กรภาคีร่วม ได้แก่ มูลนิธิชีววิถี มูลนิธิชุมชนไท มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ และ อีก 7 องค์กรลำดับสามที่ได้รับทุนโครงการย่อย
    • เจ้าหน้าที่ภาครัฐ จากกระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลัง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ภาครัฐในระดับท้องถิ่น

ผู้ได้รับประโยชน์เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ

ประชากรจำนวน 9,500,000 คน จากการผลักดันนโยบายและโครงการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ในพื้นที่ต่าง ๆ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

    • การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับชุมชนขายขอบที่เผชิญกับปัญหามากที่สุด: องค์กรภาคประชาสังคมให้การช่วยเหลืออย่างทันทีแก่ชุมชน และชุมชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะต่าง ๆ ที่สำคัญ รวมทั้ง ระบบสุขภาพและชุมชนเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 สามารถเข้าถึงข่าวสารได้
    • การฟื้นตัวและการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม: องค์กรภาคประชาสังคมสนับสนุนและให้ข้อเสนอแนะกับเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ภาครัฐส่วนต่าง ๆ เกี่ยวกับมาตรการทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อความมั่นคงและความยั่งยืนทางสังคมในการที่จะช่วยเหลือชุมชนที่มีความเปราะบางที่สุดในประเทศไทยได้สามารถฟื้นตัวและได้รับการฟื้นฟูจากผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากโรคโควิด-19
    • สร้างการตั้งรับปรับตัวและความพร้อมของชุมชนเปราะบาง: องค์กรภาคประชาสังคมเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นในการเตรียมความความพร้อมและการตั้งรับปรับตัวเพื่อต่อสู้กับวิกฤติต่างๆ ด้านสุขภาพ ด้านเศรษฐกิจและสังคมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

กิจกรรมหลัก

    • การช่วยเหลือด้านอาหาร ที่พักพิงชั่วคราว การเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข อุปกรณ์ป้องกันส่วนตัว ถุงยังชีพสำหรับกลุ่มเป้าหมาย กิจกรรมเน้นกลุ่มผู้หญิงและเด็ก การช่วยเหลือด้านกฎหมายให้กับกลุ่มแรงงานข้ามชาติ การรณรงค์ด้านข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19
    • การพัฒนาทักษะต่าง ๆ และสร้างการตั้งรับปรับตัวในการดำรงชีวิตให้กับชุมชนเปราะบาง การช่วยเหลือเพิ่มเติมของความต้องการด้านอาหาร นวัตกรรมการแก้ไขปัญหา การผลักดันนโยบายเกี่ยวกับความมั่นคงทางสังคม การฝึกอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยของผู้ประกอบอาชีพ
    • ชุมชนสีเขียวนำร่อง จัดตั้งระบบการแลกเปลี่ยนสินค้าในชุมชน สร้างการตั้งรับปรับตัวให้กับชุมชนเป้าหมาย

โครงการอียูรับมือโควิด EU COVID-19 Response and Recovery in Thailand – Nationwide Intervention

มีส่วนร่วมกับเรา


ประกวดราคา: Telemarketing / Lead Generation Agencies

เอเจนซี่ระดมทุน Face-to-Face (F2F) - Merchandise Campaign

Tender announcement: Face-to-face (F2F) Fundraising Agency - Merchandise Campaign

ActionAid is an international organisation working with over 25 million people in 45 countries for a world free from poverty and injustice. ActionAid Thailand (AAT) is part of the ActionAid International Federation and has been working with people and communities in Thailand for over a decade addressing issues related to poverty, human rights, education, and women and youth’s empowerment.

More information on the organisation will be made available upon request or can be accessed through our website and ActionAid International.

As a charity, one of our main objectives is to use our resources wisely and effectively and we are continuously looking for ways to save time and money. To that end, it is the responsibility of the Fundraising & Communications Manager and the Contracts & Procurement Manager to ensure that all F2F vendors are managed by trusted suppliers who will work with us to deliver services with high integrity and ethics.

This request for proposal (RFP) is established on behalf of ActionAid Thailand to contract an organisation or company to work with us in the management and delivery of our F2F activities.

Programme objective:

    • Merchandise/one-time giving: To effectively represent AAT in driving one-time donations through the merchandise programme.

Qualifications:

    • An outsourced F2F agency who has at least 3 years of work experience organising events and booth activities in Bangkok shopping malls, event venues, etc.
    • Has good reputation in F2F ethics.

Contract period:

6-12 month contract.

Tender submission:

Tender submission can be made at jobs.thailand@actionaid.org no later than 20 November 2020. The required documents for the submission include:

    • Agency/company Profile.
    • Proposal for 6 and 12 month plan and expenses.

The proposer which fails to include any of those documents mentioned above may not be contacted in accordance with ActionAid policy.


สิทธิชุมชนในที่ดินและทรัพยากร

แม้ว่างานหลักที่เป็นที่รู้จักของแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย คืองานด้านการศึกษาและสิทธิสตรี แต่ในฐานะขององค์กรที่ทำงานอยู่บนพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน เราเห็นถึงอุปสรรคที่เกษตรกรรายเล็กและชุมชนในพื้นที่ห่างไกลจำนวนมากต้องเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาด้านสิทธิในการเข้าถึงที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ
ที่ผ่านมา แอ็คชั่นเอด ประเทศไทยทำงานร่วมกับหน่วยงานนานาชาติในโครงการพิเศษระยะสั้น และสำหรับปี 2561 นี้ไปจนถึงปี 2564 เราได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป และร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรอย่างใกล้ชิดในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

จากข้อมูลกรมพัฒนาที่ดินปี 2557 พบว่าคนไทยเพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่เป็นเจ้าของที่ดินได้ ซึ่งหากพิจารณาการถือครองที่ดินตามสัดส่วนประชากรแล้ว คนไทยส่วนใหญ่ร้อยละ 60 มีที่ดินรวมกันเพียงร้อยละ 4.69 ต่อพื้นที่ทั้งหมด ขณะเดียวกัน พบพื้นที่ทิ้งร้างที่ไม่ทำประโยชน์รวมกันถึง 7.5 ล้านไร่

ปัจจุบัน นโยบายประเทศส่งผลให้สิทธิของชุมชนอ่อนแอลง ที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลมีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ เกิดการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ และการให้สัมปทานเหมืองแร่ที่มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลส่งผลให้ทิศทางของการพัฒนาไม่แน่นอนและไม่ต่อเนื่อง การผลักดันขององค์กรภาคประชาสังคมและเครือข่ายภาคประชาชนต่อการเปลี่ยนแปลงมักหยุดชะงักลงเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่

โครงการส่งเสริมสิทธิชุมชนในที่ดินและทรัพยากร เป็นโครงการที่ดำเนินร่วมกันระหว่าง มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ (มพน.) และมูลนิธิชุมชนไท (มชท.) และองค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรปอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 4 ปีตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 ถึง 31 ธันวาคม 2564 ก่อตั้งขึ้นเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างเครือข่ายภาคประชาสังคมและองค์กรภาคประชาสังคม ชุมชนไร้ที่ดินหรือประสบความยากจนทางที่ดิน และหน่วยงานรัฐบาล ในการแก้ปัญหาสิทธิในที่ดิน และช่วยชุมชนสร้างความมั่นคง และปกป้องวิถีการดำรงชีวิตด้วยแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำภายในประเทศ

โครงการดังกล่าวสนับสนุนการส่งเสริมศักยภาพขบวนการเคลื่อนไหวในพื้นที่ ได้แก่ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.) และเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปการสังคมและการเมือง (คปสม.) และดำเนินงานอยู่ในพื้นที่ชุมชนไร้ที่ดินหรือประสบความยากจนทางที่ดิน 4 ประเภท ได้แก่ เกษตรกรและชาวประมงรายย่อย ชาวเล ชุมชนชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง และคนไร้สัญชาติใน 16 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ของประเทศไทย

อ่านเรื่องราวล่าสุดจากโครงการส่งเสริมสิทธิชุมชนในที่ดินและทรัพยากร >

พันธมิตร

มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ

มูลนิธิชุมชนไท

สนับสนุนโดย

สหภาพยุโรป


สิทธิสตรี

ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาครอบครัว ชุมชน และสังคม แม้ว่าความเท่าเทียมทางเพศจะมีความก้าวหน้าขึ้นมากในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงเปลี่ยนเข้าศตวรรษที่ 21 เช่น รัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ได้วางหลักการเรื่องความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม แต่ในภาพของความเป็นจริง ผู้หญิงยังไม่มีบทบาทเทียบเท่าผู้ชาย ทั้งในเชิงปฏิบัติ ค่านิยม ความเชื่อ และวัฒนธรรม

ความรุนแรงในครอบครัวยังมีให้เห็น ซึ่งในสังคมไทยจะถือว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัวที่คนนอกไม่ควรเข้าไป นอกจากนี้ ผู้หญิงยังไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิ์ของตน จากรัฐบาล และองค์กรเอกชนเลย

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย มุ่งสร้างความแข็งแรงให้กับผู้หญิงและเด็กผู้หญิงในเรื่องของความสามารถ ฝีมือ และความรู้ต่างๆ รวมทั้งเปิดโอกาสให้พวกเขามีความมั่นใจ กล้าแสดงออกมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้หญิงสามารถตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในชีวิตตัวเองได้ อาศัยอยู่โดยปราศจากความหวาดกลัวเกี่ยวกับความรุนแรง และเข้าร่วมการตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับตนเอง เรายังสนับสนุนและร่วมมือกับกลุ่มเครือข่ายเมืองและหน่วยงานท้องถิ่น ในโครงการ “เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง” (Safe Cities for Women) เพื่อรณรงค์และพัฒนาสภาพแวดล้อมเมืองให้ผู้หญิงและเด็กหญิงอาศัยอยู่อย่างปลอดภัย ไร้ความกลัวและกังวลในชุมชนของตน

ภายหลังปี 2557 ที่มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย เริ่มดำเนินงานเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของภาคประชาสังคม ในการปัญหาทางเศรษฐกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิชุมชนศรัทธาและเครือข่ายในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส เพื่อพัฒนาศักยภาพและพลังทางเศรษฐกิจของกลุ่มผู้หญิงและกลุ่มออมทรัพย์ชุมชน ผ่านการพัฒนาศักยภาพ การอบรมเรื่องสิทธิสตรี สิทธิในที่ดิน ทักษะความเป็นผู้นำ รวมถึงการรวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายใหญ่

อ่านเกี่ยวกับงานรณรงค์เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง >

การศึกษาและเยาวชน

สิทธิในการศึกษา

การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการลดความยากจนและความไม่เท่าเทียมในประเทศไทย รัฐธรรมนูญของประเทศไทยรับรองสิทธิเด็กให้เรียนฟรีในช่วง 12 ปีแรก อย่างไรก็ตาม คุณภาพของการศึกษาที่ไม่สม่ำเสมอ และความเท่าเทียมด้านสิทธิในการศึกษายังคงเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วง

ในปี 2556 รัฐมีนโยบายที่จะพัฒนาคุณภาพของการศึกษาโดยการปิดและควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีจำนวนนักเรียนน้อยว่า 60 คน โดยที่โรงเรียนอื่นๆ จะได้มีทรัพยากรมากขึ้น อาทิ งบประมาณต่อนักเรียนหรือคุณครูหนึ่งคน ทว่า นโยบายดังกล่าวไม่ได้คำนึงถึงผลที่จะตามมาต่อชุมชนห่างไกลหรือชุมชนชายขอบ จึงเป็นเหตุให้เยาวชนกว่า 200,000 คน และครอบครัวได้รับผลกระทบ จำนวนนักเรียนที่ลาออกจากโรงเรียนกลางคันเพิ่มสูงขึ้น โดยสาเหตุเป็นเพราะค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และความกังวลเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากนักเรียนจากโรงเรียนที่ถูกยุบ-ควบรวม ต้องเดินทางไปยังโรงเรียนใหม่ที่อยู่นอกชุมชนหรือไกลจากชุมชนของตน

ปัจจุบัน นโยบายยุบ-ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กยังเป็นประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ และด้วยความเหลื่อมล้ำในคุณภาพการศึกษาที่คงยังมีอยู่ โรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากยังคงมีความเสี่ยงที่จะถูกปิด หากปัญหานี้ไม่ได้รับการเร่งแก้ไข

ไม่ว่าโรงเรียนเล็กหรือใหญ่ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทยเชื่อว่าโรงเรียนคือหัวใจของชุมชน เราทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก โดยการเสริมสร้างความรู้ความสามารถของครูและการจัดการการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ นำบริบทและนวัตกรรมการศึกษาต่างๆ เข้ามาปรับใช้ในหลักสูตร เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมถึงสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายโรงเรียนในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค ไปจนถึงประเทศ เพื่อเป็นพลังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย

เรายังดำเนินงานร่วมกับพันธมิตรและผู้มีอำนาจตัดสินใจท้องถิ่น เชื่อมโยงกลุ่มการศึกษาต่างๆ และรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักเรื่องสิทธิในการศึกษาที่มีคุณภาพและไม่กีดกันใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งออกไป และสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบาย และเฝ้าติดตามการทำงานของรัฐเพื่อการกระจายอำนาจและทรัพยากรที่แท้จริงในประเด็นที่เกี่ยวกับการศึกษา

การส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา

โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (Active Civil Society for Quality Education of Small Schools หรือ ACCESS School) คือ โครงการระยะเวลา 4 ปี (2563-2566) ที่ได้รับทุนสนับสนุนการดำเนินงานโดยสหภาพยุโรป และบริหารโครงการโดย มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ร่วมกับสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย และสมาคมไทบ้าน ในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ชนบท โดยมุ่งส่งเสริมให้ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมในการเข้าไปมีบทบาทในการบริหารจัดการสถานศึกษาในชุมชนของตนเอง ผ่านการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในระดับท้องถิ่นและส่วนกลาง

อ่านต่อ >

การมีส่วนร่วมของเยาวชน

เยาวชนคือตัวแทนสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ตลอดช่วยประวัติศาสตร์ทางการเมืองและวัฒนธรรมของไทย พวกเขาเป็นผู้ริเริ่มและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมาย ความมุ่งมั่นนี้ต่อเนื่องมาถึงประเด็นปัญหาสังคม และการมีส่วนร่วมเกี่ยวกับประเด็นนั้นๆ ซึ่งจะแสดงออกผ่านการรณรงค์สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมด้วยตนเอง หรือผ่านสังคมออนไลน์ต่างๆ

ด้วยความเชื่อในพลังของเยาวชน มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ได้เปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้ใช้ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานรณรงค์ต่างๆ ที่มุ่งสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรมมากขึ้น เยาวชนคนรุ่นใหม่ตั้งแต่ระดับนักศึกษามหาวิทยาลัย ไปจนถึงวัยเริ่มทำงาน จะมีโอกาสพัฒนาศักยภาพของตนผ่านกิจกรรมต่างๆ ภายใต้โครงการ Activista มีความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชนอย่างลึกซึ้งมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจน สิทธิในการศึกษา สิทธิสตรี สิทธิในที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงปัญหาโลกร้อนและความยุติธรรมทางสภาพภูมิอากาศ เราสนับสนุนให้ผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่กลุ่มนี้ปลุกพลังนักรณรงค์และนักพัฒนาในตนเอง และมีส่วนร่วมกับงานของมูลนิธิแอ็คชั่นเอ็ด ประเทศไทย ในระดับชุมชน ไปจนถึงระดับประเทศ

อ่านเรื่องราวล่าสุดจากโครงการการศึกษาและเยาวชน >


แอ็คชั่นเอด ประเทศไทยเตรียมพร้อมรับมืออนาคตกับทริปสองวันในนครปฐม

ในวันที่ 9-10 กรกฎาคม 2018 แอ็คชั่นเอด ประเทศไทยได้เดินทางไปยังจังหวัดนครปฐมกันครบทีมเพื่อเตรียมความพร้อมในการเดินหน้าโครงการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ทีมงานได้สานสัมพันธ์ใหม่ กระชับไมตรีเดิม ส่งเสริมพลังและค่านิยมสำคัญขององค์กร รวมไปถึงเรียนรู้สิ่งดีๆ จากผู้นำองค์การประจำภูมิภาคเอเชียและสามคณะกรรมการมูลนิธิแอ็คชั่นเอดผ่านกิจกรรมการอภิปรายและการเสวนาที่น่าสนใจ

สร้างทีมเวิร์ค

ก่อนถึงที่หมายและลงพื้นที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ แอ็คชั่นเอด ประเทศไทยได้เดินทางไปยังตลาดน้ำดอนหวายและพระราชวังสนามจันทร์ สองสถานที่สำคัญประจำจังหวัดนครปฐมสำหรับกิจกรรมสร้างทีม

เปิดบ้านเรียนรู้
เมื่อเดินทางมาถึงบ้านพักและแหล่งเรียนรู้ของชาวแอ็คชั่นเอดไปอีกตลอดสองวัน ผู้อำนวยการแอ็คชั่นเอด ประเทศไทยกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการและขอบคุณทุกคนที่เข้าร่วมการเดินทางกันอย่างครบทีม หัวหน้าองค์การแอ็คชั่นเอดประจำภูมิภาคเอเชีย และหนึ่งในคณะกรรมการมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทยร่วมกล่าวขอบคุณที่ได้รับเชิญเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ละลายพฤติกรรม
ผู้จัดการฝ่ายระดมทุนและสื่อสารองค์กรรับหน้าที่นำกิจกรรมละลายพฤติกรรมในช่วงบ่าย

ความเป็นมาของแอคชั่นเอดประเทศไทย
ในช่วงต่อมา ชาวแอ็คชั่นเอดช่วยกันระดมสมองและระลึกความหลังเพื่อสร้างเส้นเวลาความเป็นมาของแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย และประวัติศาสตร์ด้านสังคมและการเมืองไทยตั้งแต่ปี 1972 (ปีที่แอ็คชั่นเอดก่อตั้งขึ้นในสหราชอาณาจักร) มาจนถึงปี 2018 กิจกรรมนี้ทำให้ทีมงานรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากผู้ใหญ่ในครอบครัวแอ็คชั่นเอดเป็นอย่างมาก

แอ็คชั่นเอด ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกสมทบของสหพันธ์แอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนลในปี 2011

ยุทธศาสตร์และค่านิยมสำคัญ
ในกิจกรรมต่อมา ชาวแอคชั่นเอดได้ร่วมนำเสนอและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับค่านิยมสำคัญของแอ็คชั่นเอดทั้งในรูปแบบของการแสดงละครและการอภิปราย โดยค่านิยมที่เปรียบเสมือนหัวใจของเราขณะปฏิบัติงานมีทั้งหมดเจ็ดข้อ ได้แก่ 1. ความเคารพซึ่งกัน 2. ความเสมอภาคและความยุติธรรม 3. ความซื่อตรง 4. ความเป็นหนึ่งเดียวกับกลุ่มคนยากจนและผู้ที่ถูกมองข้าม 5. ความเป็นอิสระจากความเกี่ยวเนื่่องและการผูกมัดทางการเมือง ศาสนา และผลประโยชน์ 6. ความกล้าทำในสิ่งที่เชื่อมั่น และ 7. ความนอบน้อม

นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องอำนาจและอิทธิพล และความแตกต่างระหว่างความเท่าเทียมและความเสมอภาคนั้นเป็นอีกสองประเด็นที่ได้รับความสนใจและเน้นย้ำเป็นพิเศษโดยผู้อำนวยการแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย และหัวหน้าองค์การแอคชั่นเอดประจำภูมิภาคเอเชีย ทั้งสองท่านรับช่วงต่อโดยการนำเสนอบทนำแผนยุทธศาสตร์ของแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล และการประยุกต์เข้ากับยุทธศาสตร์ของทีมประเทศไทย

กิจกรรมอภิปราย CSP หรือรายงานยุทธศาสตร์ประเทศไทย

ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบาย ร่วมกับผู้จัดการฝ่ายการเงิน นำเสนอรายงานยุทธศาสตร์ประเทศไทยประจำปี 2018-2022 ผ่านกิจกรรม ชาวแอ็คชั่นเอดถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่มเพื่อระดมความคิดและทำความเข้าใจเกี่ยวกับบริบท โครงการหลัก และการปรับเปลี่ยนองค์กรในยุทธศาสตร์ของแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย อนึ่ง ประธานกรรมการ และกรรมการและเลขานุการมูลนิธิกล่าวเน้นถึงความสำคัญของการทำแคมเปญเพื่อสร้างความเป็นที่รู้จักของแอ็คชั่นเอด ประเทศไทยในประเทศและในหมู่สมาชิกสหพันธ์แอ็ดชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนลจากทั่วโลก รวมถึงเพื่อรับรองการปฏิบัติงานอย่างมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบขององค์กรในด้านการรับบริจาค

ข่าวสารและวิสัยทัศน์จากคณะกรรมการมูลนิธิ
คณะกรรมการมูลนิธิกล่าวถึงความเป็นมาและงานต่างๆ ของแอ็คชั่นเอด ประเทศไทยในหลายปีที่ผ่านมา ในขณะที่เล่าเกี่ยวกับการประชุมของสหพันธ์แอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิได้ยกประเด็นเกี่ยวกับการสร้างวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนขององค์กรและความสำคัญของธรรมาภิบาลในการทำงานระดับประเทศและนานาชาติ ประธานกรรมการเสริมประเด็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนรากหญ้า หน่วยงานรัฐ และหน่วยงานร่วมโครงการ และการทำงานร่วมกันของทุกส่วน

“แอ็คชั่นเอด ประเทศไทยคือองค์กรพัฒนาที่ดำเนินงานอยู่บนพื้นฐานของสิทธิ” - กรรมการและเลขานุการมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย

เยี่ยมเยียนภาคสนาม
บ่ายวันนั้น แอ็คชั่นเอด ประเทศไทยได้เข้าพบสมาชิกเครือข่ายโรงเรียนนอกกะลาในพื้นที่ภาคกลาง ณ โรงเรียนวัดลาดหญ้าไทร เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยการเรียนรู้บูรณาการ (จิตศึกษา PBL และ PLC) และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักเรียน คุณครู และสมาชิกเครือข่าย

ห้องเรียนบูรณาการ โรงเรียนวัดลาดหญ้าไทร

บทสรุป
หลังจากจบกิจกรรมทั้งสองวัน แอ็คชั่นเอดพร้อมยิ่งขึ้นอีกที่จะเดินหน้าสร้างความเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยต่อไป

แอ็คชั่นเอด ประเทศไทยพร้อมสมาชิกเครือข่ายโรงเรียนนอกกะลาในพื้นที่ภาคกลาง

ขับเคลื่อนโรงเรียนแกนนำเพื่อพัฒนาผู้เรียนศตวรรษที่ 21

ส่วนหนึ่งจากการอบรมเชิงปฏิบัติการ แกนนำโรงเรียนในการใช้เครื่องมือสอนคิด (Thinking Tools) โดย คณะวิทยากร ดร.ศราวุธ สุตะวงค์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอบจ. เชียงราย และคณะครู ระหว่าง 17-19 กรกฎาคม 2561 ที่ห้องประชุม สพป.น่าน เขต 1

การอบรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือของสมาคมผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กจ.น่าน และ สพป.น่านเขต1 ร่วมกับแอ็คชั่นเอด ประเทศไทยในการขับเคลื่อนให้เกิดโรงเรียนแกนนำการสอนคิด เพื่อพัฒนาผู้เรียนศตวรรษที่ 21 รวมผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น 143 คน จาก 16 โรงเรียน ในจังหวัดน่าน

กระบวนการต่อไปคือการหนุนเสริมให้เกิดการนำไปใช้ เปลี่ยนแปลงทั้งระบบโดยเริ่มจากห้องเรียน ซึ่งมีเสียงสะท้อนมาแล้วจากโรงเรียนแกนนำที่ปรับใช้ว่าเยาวชนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ สนใจการเรียนรู้ ห้องเรียนปรับเปลี่ยนบรรยากาศ และที่สำคัญส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการที่ครูไม่จำเป็นต้องสอนแบบติวอีกต่อไป ครูไม่ต้องกังวลการประเมินการสอนอีกต่อไป เพราะผลลัพธ์อยู่ที่ผลงานและที่พัฒนาการของเด็ก





โดย พัชกร พัทธวิภาส
เจ้าหน้าที่โครงการเยาวชนและการศึกษา


ActionAid ActionRun ทำไม? เมื่อไหร่? ที่ไหน?

4.6 กิโลเมตร / 13.2 กิโลเมตร
ระยะทางเหล่านี้ แน่นอน มันไม่ใช่ระยะทางสำหรับวิ่งมาราธอน ไม่ว่ารุ่นไหน

แต่มันคือระยะทางจริง ที่น้องๆ ในโรงเรียนขนาดเล็กที่ถูกยุบ ต้องเดินไกลขึ้น เพื่อไปและกลับที่เรียนใหม่

ระยะทางเหล่านี้ นอกจากจะทำให้พวกเขาห่างไกลจากโรงเรียนมากขึ้นแล้ว ยังทำให้พวกเขาเข้าใกล้ความยากจน ความไม่มีอนาคตและความไร้จริยธรรมมากขึ้นด้วย

ActionAid จึงอยากชวนทุกคนมาร่วมกันวิ่งผ่านระยะทางเหล่านี้ เพื่อรักษาโรงเรียนของพวกเขาด้วยกันในงาน

ActionAid Action Run 2017
วิ่งด้วยกัน Run เพื่อโรงเรียนเล็ก

สวนหลวง ร. 9
4.6 และ 13.2 กม.
30 กรกฎาคม 2560
ปล่อยตัว 6:00 น.

(5:00 น. ประตูเปิด - ประตูดาวเรือง)

สมัครได้ที่: www.ActionRunThailand.com

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: www.facebook.com/actionaidactionrun2017

ติดต่อฝ่ายระดมทุน โทร. 02 279 6601 ถึง 2