งานแถลงข่าวโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพ การศึกษา (แอคเซส สคูล)

เชิญสื่อมวลชนร่วมงานเปิดตัวโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ACCESS School)

วันพุธที่ 5 สิงหาคม 2563 นี้ สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย ร่วมกับ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) และสมาคมไทบ้าน ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนร่วมงานเปิดตัวโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (แอคเซส สคูล) เพื่อเปิดตัวแผนงานพัฒนาโมเดลโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนนวัตกรรมเพื่อเด็กและชุมชนเป้าหมาย 400 โรงเรียน 8 จังหวัด 3 ภูมิภาค และเครือข่ายครูแกนนำ "ชุมชนสร้างโรงเรียน โรงเรียนสร้างชุมชน" พร้อมประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างเครือข่ายภาคประชาสังคม ครู โรงเรียน ชุมชน กระทรวงศึกษาธิการ และสหภาพยุโรป (EU) ในการรวมพลังเพื่อขับเคลื่อนโรงเรียนขนาดเล็กและนวัตกรรมการศึกษาเพื่อเด็ก ชุมชน และปฏิรูปการศึกษาไทย ณ ห้องบอลรูม ชั้น 4 โรงแรมคอนราด กรุงเทพ ถนนวิทยุ เวลา 9.00- 13.00 น.

สืบเนื่องจาก ประเด็นด้านสิทธิการศึกษา (Rights to Education) ของโรงเรียนขนาดเล็ก (โรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยกว่า 120 คน) จากจำนวน 15,000 แห่งทั่วประเทศ โดยกว่าสองในสามมีความเสี่ยงในบริบทด้านคุณภาพการศึกษาที่ท้าทายจะปิดตัวหรือถูกควบรวมกับโรงเรียนอื่น ๆ อันนำมาซึ่งผลกระทบที่เป็นความเหลื่อมล้าต่อเด็กและชุมชนในมิติสิทธิขั้นพื้นฐาน เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย (สกล.) ร่วมกับมูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) และสมาคมไทบ้าน ซึ่งได้ทำงานร่วมกับเครือข่ายครู และผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อประเมิน ส่งเสริม และพัฒนาโครงการที่เป็นนวัตกรรมด้านพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่สอดรับกับความต้องการของเด็ก โรงเรียนและชุมชนบนสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกและประเทศมาโดยตลอด

ดังนั้น เพื่อตอบสนองกับสถานการณ์ดังกล่าว เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมด้านการศึกษาจึงได้ร่วมกันดำเนิน “โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา” ขึ้น โดยการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป (EU) เพื่อต่อยอดจากภารกิจเดิมที่เคยได้ทำมาและขยายผลของแนวทางการพัฒนาดังกล่าวในระดับชาติ ผ่านการพัฒนาขีดความสามารถของภาคประชาสังคมในประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งและสร้างกลไกร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครอง พัฒนา และปรับปรุงคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งภายใต้การดำเนินโครงการนี้ "โมเดลโรงเรียนขนาดเล็ก" จะถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นแผนแม่บทในการสร้างกลไกการทำงาน ของภาคประชาสังคมและโรงเรียนขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืน บนฐานของการมีส่วนร่วมให้ดียิ่งขึ้น โดยจะนำร่อง ในพื้นที่ 8 จังหวัด 3 ภูมิภาค เป้าหมาย 400 โรงเรียน ระยะเวลา 4 ปี (พ.ศ. 2563-2566) เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อคุณภาพและสิทธิทางการศึกษาของเด็กนักเรียนในชุมชนยากจน และการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาสังคมต่าง ๆ ในทุกระดับตลอดจนถึงการเสริมสร้าง "ครูแกนนำ" ให้เป็นพลังขับเคลื่อนร่วมกับชุมชนเพื่อสร้างโรงเรียน และโรงเรียนสร้างชุมชนไปพร้อมกันอีกด้วย

ในโอกาสนี้เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมด้านการศึกษา ได้แก่ สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย (สกล.) มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), สมาคมไทบ้าน ร่วมกับ เครือข่ายโรงเรียนนอกกะลา, เครือข่ายสมาคมผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก สพป.น่าน เขต 1/โรงเรียนชุมชนภาคเหนือ (น่าน) และเครือข่ายครูและผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กภาคอีสาน, สมาคมพัฒนาการศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ และสมาคมพัฒนาการศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือ "โครงการแอคเซส สคูล" (ACCESS School) ซึ่งจะเปิดตัวอย่างโมเดลโรงเรียนขนาดเล็ก พร้อมกลไกองค์กรภาคประชาสังคมที่จะ ร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมกับกลไกภาครัฐ กระทรวงศึกษาธิการ กระทวงมหาดไทยทั้งในระดับชาติและจังหวัด ในการ หนุนเสริมครู โรงเรียน และชุมชนในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ในวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2563 นี้ เวลา 9.00-13.00 น. ณ ห้องบอลรูม 3 ชั้น 4 โรงแรมคอนราด กรุงเทพ

โดยสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงานจะได้พบกิจกรรมที่น่าสนใจดังนี้:

  • การกล่าวเปิดงานและบรรยายพิเศษ เรื่อง "นโยบายของสหภาพยุโรป (EU) ในการสนับสนุนการศึกษาในประเทศสมาชิก และประเทศต่างๆทั่วโลก" โดย ฯพณฯ เปียร์ก้า ตาปิโอลา เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย
  • การกล่าวแนะนำความเป็นมา เป้าหมายและแผนงานโครงการฯ โดย คุณเทาฮิด อิบเน ฟาริด
    ผู้อำนวยการมูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)
  • รับชมวีดีทัศน์โครงการ "แอคเซส สคูล" ขับเคลื่อนโมเดลโรงเรียนขนาดเล็ก ชุมชนสร้างโรงเรียน โรงเรียนสร้างชุมชน
  • การบรรยายพิเศษ เรื่อง นโยบายและความร่วมมือของกระทรวงศึกษาธิการในการหนุนเสริมภาคประชาสังคมและชุมชนในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กและลดความเหลื่อมล้าทางการศึกษาตามนโยบายการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal เป้าหมายที่ 4)
    โดย ฯพณฯ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • พิธีมอบรางวัลให้กับนักเรียนที่ชนะเลิศการประกวดออกแบบโลโก้โครงการฯ
  • รับของที่ระลึกจากโครงการฯ ชมนิทรรศการแสดงข้อมูล เอกสาร แผนงาน เป้าหมาย และพื้นที่ปฏิบัติงาน
  • พูดคุยแลกเปลี่ยนครูแกนนำ ผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก เด็กนักเรียน ที่ปรึกษาโครงการจากองค์กรภาคประชาสังคมและองค์กรภาครัฐที่พร้อมจะตอบทุกคำถามเพื่อพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กร่วมกัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและยืนยันการเข้าร่วมได้ที่
โทร. 061-2722499, 095-6974565 (ธนารัตน์ บัวบาน)
081-8363588 (อุไรวรรณ กสิวัฒนา)
081-8844062 (เทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย)
094-2645149 (พัชกร พัทธวิภาส)
E-mail: taecaoffice2020@gmail.com

ดาวน์โหลดกำหนดการ

ดาวน์โหลดแผนที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพ

ดาวน์โหลดวิธีการเดินทางไปยังโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ


EU สหภาพยุโรป สนับสนุนแอ็คชั่นเอดและภาคประชาสังคม เปิดตัวโครงการรับมือ-ฟื้นฟูผลกระทบโควิด-19 / European Union

สหภาพยุโรป สนับสนุนแอ็คชั่นเอดและภาคประชาสังคม เปิดตัวโครงการรับมือ-ฟื้นฟูผลกระทบโควิด-19 

สหภาพยุโรป ให้การสนับสนุนมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย และองค์กรภาคประชาสังคม เปิดตัวโครงการรับมือและฟื้นฟูผลกระทบโควิด-19 ในประเทศไทย

ภายใต้การทำงานของทีมยุโรปในการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทั่วโลก สหภาพยุโรปได้แถลงการสนับสนุนโครงการรับมือและฟื้นฟูผลกระทบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ด้วยงบประมาณ 2.6 ล้านยูโร หรือประมาณ 90 ล้านบาท จำนวนสองโครงการ โดยมีจุดมุ่งหมายในการเพิ่มความสามารถและการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมของไทย ที่จะช่วยลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีต่อสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจของกลุ่มประชากรเปราะบางที่สุดในประเทศ ทั้งสองโครงการมีระยะเวลาการดำเนินงานเป็นเวลา 2 ปี และปฎิบัติงานโดยภาคีขององค์กรภาคประชาสังคมในประเทศไทย

โครงการรับมือและฟื้นฟูผลกระทบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยของอียู มีส่วนประกอบหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด การฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนโดยการพัฒนาการดำรงชีพของชุมชนที่ได้ผลกระทบให้ดีขึ้น และการสร้างความสามารถในการยืดหยุ่นของชุมชนในการรับมือวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

“การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบตามมาอย่างใหญ่หลวง ทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว ผลกระทบที่ว่านี้มีทั้งปัญหาด้านสาธารณสุขและการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ไปจนถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจน” ฯพณฯ เปียร์ก้า ตาปิโอลา เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าว “สิ่งที่แน่ชัดในตอนนี้คือ ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องร่วมกันรับมือกับผลลัพธ์เชิงลบที่จะตามมา ในฐานะที่สหภาพยุโรปเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลายาวนาน เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคมในการรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ โดยจะไม่ทิ้งผู้ใดไว้ข้างหลัง ผมยินดีอย่างยิ่งที่การร่วมมือกันของเราจะช่วยให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริงต่อกลุ่มประชากรเปราะบางทั่วประเทศ”

องค์กรหลักในการดำเนินงานของโครงการระดับประเทศคือ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย โดยร่วมกับองค์กรภาคี ซึ่งได้แก่ มูลนิธิชุมชนไท มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ และมูลนิธิชีววิถี โดยมีพื้นที่ในการปฏิบัติงานในเกือบ 40 จังหวัด และจะทำงานกับภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ เช่น แรงงานข้ามชาติ และแรงงานนอกระบบ เด็ก และประชาชนชายขอบ ซึ่งครึ่งหนึ่งของผู้ที่ได้รับผลกระทบนี้เป็นผู้หญิง

“เราร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือชุมชนต่าง ๆ และรับมือกับความต้องการเฉพาะของแต่ละชุมชน ทั้งในช่วงวิกฤตจากการระบาดของโรคและหลังจากนั้น โครงการจะดำเนินการครอบคลุมหลายภาคส่วน โดยจะมีการเตรียมชุมชนให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้น รวมถึงเตรียมการเพื่อฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจและสังคมในระยะสั้นและระยะกลาง และมีมาตรการสร้างความยืดหยุ่นสำหรับกลุ่มคนชายขอบที่เปราะบางที่สุด” เทาฮิด ฟาริด ผู้อำนวยการมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ให้ความเห็น

องค์การช่วยเหลือเด็กได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสมาคมนิสิตเก่าบัณฑิตอาสา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการดำเนินงานโครงการในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ กลุ่มเยาวชน และแรงงานอพยพคืนถิ่น โดยเน้นที่กลุ่มผู้หญิงเป็นสำคัญ

“มีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่หลายครอบครัวที่ยากจนและเปราะบางในประเทศไทยจะไม่สามารถกลับมาดำเนินชีวิตอย่างปกติหลังจากวิกฤตโควิด-19” นายประเสริฐ ทีปนาถ ผู้อำนวยการองค์การช่วยเหลือเด็ก กล่าว “เราต้องมั่นใจว่าบุคคลเหล่านี้จะมีความเข้มแข็ง และมีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ส่วนบุคคล ครอบครัวและชุมชน ให้สามารถรับมือ ป้องกัน และลดผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และสังคมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต”

เกี่ยวกับสหภาพยุโรป

สหภาพยุโรป (อียู) เป็นการรวมตัวในลักษณะสหภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศในทวีปยุโรป มีสมาชิกในปัจจุบันจำนวน 27 ประเทศ ประเทศสมาชิกได้ร่วมกันสร้างภูมิภาคที่มีความมั่นคง เป็นประชาธิปไตย และมีการพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ยังรักษาความหลากหลายทางวัฒนธรรมของประเทศสมาชิก เปิดกว้างในการยอมรับซึ่งกันและกัน และเคารพเสรีภาพของประชาชน ในปี 2555 (ค.ศ. 2012) สหภาพยุโรปได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เนื่องจากเป็นองค์กรที่ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ ความสมานฉันท์ ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนในยุโรป

สหภาพยุโรปเป็นสมาคมทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงเป็นแหล่งทุนและเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ นอกจากนี้สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกยังเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (Official Development Assistance) รายใหญ่ที่สุดในโลก โดยที่มูลค่าการให้ความช่วยเหลือรวมกันเกินครึ่งหนึ่งของยอดรวมทั้งโลก

สหภาพยุโรป สนับสนุนแอ็คชั่นเอดและภาคประชาสังคม เปิดตัวโครงการรับมือ-ฟื้นฟูผลกระทบโควิด-19 


จดหมายข่าว มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย (กรกฎาคม 2563) / ActionAid Thailand Newsletter (July 2020)

จดหมายข่าว มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ฉบับที่ 3/2563 (กรกฎาคม 2563)

ติดตามความก้าวหน้าของมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ผ่านจดหมายข่าวออนไลน์ฉบับเดือนกรกฎาคม 2563 ได้แล้ววันนี้

ในช่วงที่ผ่านมา งานมูลนิธิฯ ยังคงมุ่งเน้นการรับมือกับผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ในมิติต่าง ๆ พบกับรายงานสรุปผลการระดมทุนจำนวน 27,710 บาท เพื่อสนับสนุนนักเรียนโรงเรียนขนาดเล็กด้านอาหารและสุขอนามัย, ประกาศความร่วมมือภาคประชาสังคมเพื่อเตรียมความพร้อมและความยืดหยุ่นของแรงงานข้ามชาติและกลุ่มคนชายขอบอื่น ในการรับมือกับผลกระทบของโรคระบาด, เปิดตัว #ทีมเผือกชุมชน ชวนทุกคนสอดส่อง ป้องกันความรุนแรงในครอบครัวช่วงล็อคดาวน์, โครงการข้าวแลกปลา การแบ่งปันของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อสู้พิษเศรษฐกิจ รวมถึงความคืบหน้าของโครงการ ACCESS การขับเคลื่อนการศึกษาที่ทุกคน "เข้าถึง" ได้

ดาวน์โหลดจดหมายข่าวมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ฉบับเดือนกรกฎาคม 2563


แอ็คชั่นเอดเตือน อย่าละเลยที่พึ่งของผู้หญิง หลัง ความรุนแรง ทางเพศ พุ่งช่วงโควิด-19

แอ็คชั่นเอดเตือน อย่าละเลยที่พึ่งของผู้หญิง หลังความรุนแรงทางเพศพุ่งสูงช่วงโควิด-19

รายงานใหม่ของแอ็คชั่นเอดชี้ การฆาตกรรมผู้หญิงและความรุนแรงในครอบครัวพุ่งสูงหลายเท่าตัวช่วงวิกฤติโควิด-19

เมื่อโลกตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินและสภาวะล็อกดาวน์โควิด-19 ความรุนแรงทางเพศพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วงในหลายประเทศทั่วยุโรป แอฟริกา เอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ เนื่องจากบ้านพักฉุกเฉินปิดทำการและรัฐบาลประเทศต่าง ๆ โยกงบประมาณเพื่อรับมือกับโรคระบาด

รายงาน “Surviving COVID-19: A Women-Led Response” อ้างอิงข้อมูลและสำรวจจากหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและขบวนการสิทธิสตรีจากทั่วโลก พบว่าการปิดเมืองกลายเป็นสถานการณ์บังคับให้คดีความรุนแรงจำนวนมากถูกไกล่เกลียหรือยอมความนอกศาล ส่งผลให้ผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้รับความยุติธรรม มีโอกาสน้อยลงที่จะตั้งต้นชีวิตใหม่ รวมถึงสร้างความตึงเครียดเพิ่มขึ้นภายในชุมชน

เอเน โอบี ผู้อำนวยการองค์การแอ็คชั่นเอด ไนจีเรีย กล่าวว่า “เราไม่เคยตื่นตระหนกกับความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กมากเท่าในระยะหลังมานี้

“เด็กหญิงและผู้หญิง ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ กำลังใช้ชีวิตอยู่กับความกลัว พวกเขาไม่รู้สึกปลอดภัยแม้แต่ในบ้านของตัวเอง ในสถานการณ์ตอนนี้ การจับกุมตัวไม่เพียงพออีกต่อไปในฐานะเครื่องยับยั้งการลงมือของผู้กระทำ เพราะคดีความรุนแรงส่วนใหญ่กำลังถูกไกล่เกลียหรือยอมความนอกศาล หมายความว่าผู้ถูกกระทำ ผู้รอดชีวิต และครอบครัวของพวกเขาจะไม่ได้รับความยุติธรรมที่แท้จริง”

รายงานยังระบุว่า:

    • ในบังคลาเทศ เครือข่ายหน่วยงานด้านความช่วยเหลือของแอ็คชั่นเอด ซึ่งรวมถึงค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา พบว่าในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าตัว (983%) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา
    • ในบราซิล กลุ่มหน่วยงานด้านความปลอดภัยเผยว่า ผู้หญิง 143 คน ใน 12 รัฐ ถูกกระทำความรุนแรงถึงชีวิตในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราการฆาตกรรมผู้หญิงเพิ่มขึ้น 22% จากปีที่แล้ว ในรัฐอาเกรทางตอนเหนือ การฆาตกรรมผู้หญิงเพิ่มสูงขึ้น 300%
    • ในอูกานดา แอ็คชั่นเอดจำเป็นต้องปิดทำการบ้านพักฉุกเฉิน 10 แห่ง เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ แม้ว่าปริมาณเคสช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน 2563 ได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของปีก่อนหน้า
    • ในฉนวนกาซา พันธมิตรแอ็คชั่นเอดรายงานว่า ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม หน่วยงานให้ความช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงทางเพศเพิ่มขึ้น 700% มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562
    • ในอิตาลี ข้อมูลจากบ้านพักฉุกเฉิน 228 แห่ง เผย ผู้หญิงที่ติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนของรัฐบาล มีจำนวนมากขึ้น 59%
    • ในไนจีเรีย รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังจำนวนคดีฆาตกรรมผู้หญิงและข่มขืนพุ่งขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง บ้านพักฉุกเฉินแห่งหนึ่งรายงานว่ามีได้รับเรื่องเพิ่มขึ้น 700% ตั้งแต่เริ่มมีการล็อกดาวน์ แอ็คชั่นเอดกำลังเรียกร้องให้มีประกาศห้ามประกันตัวผู้กระทำและการยอมความนอกศาล สำหรับคดีความรุนแรงที่โหดร้ายลักษณะนี้ หลังได้รับรายงาน 253 เหตุร้ายแรงที่ถูกบันทึกเป็นรายลักษณ์อักษร

การเพิ่มขึ้นของเหตุข่มขืนและฆาตกรรมผู้หญิงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องและคาดการณ์ได้ และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะในสถานการณ์ฉุกเฉินใด แต่กลับเป็นปัญหาที่ได้รับความสนใจและงบประมาณน้อยที่สุดในแผนงานด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติเพื่อต่อสู้กับโรคโควิด-19 (Global Humanitarian Response Plan for COVID-19) โดยที่ผ่านมา มีการจัดสรรงบประมาณเพียงน้อยกว่า 0.3% จากทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการป้องกันความรุนแรงต่อผู้หญิง

4 ปีที่แล้ว ณ การประชุมสุดยอดว่าด้วยการดำเนินงานด้านมนุษยธรรม (World Humanitarian Summit) ผู้นำจากทั่วโลกตั้งพันธสัญญาไว้ว่า 25% ของงบประมาณเพื่องานด้านมนุษยธรรม จะไปที่องค์กรท้องถิ่น อาทิ บ้านพักฉุกเฉินต่าง ๆ ที่รายงานของแอ็คชั่นเอดอ้างอิงถึง ทว่าแผนงานด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติเพื่อต่อสู้กับโรคโควิด-19 ไม่เป็นไปตามการให้คำมั่นดังกล่าว โดยมีงบประมาณไปถึงหน่วยงานท้องถิ่นเพียง 0.1%

จูเลีย ซานเชส เลขาธิการองค์การแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า:

“โควิด-19 เป็นวิกฤติด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจที่ส่งผลถึงเหตุฆาตกรรมผู้หญิง การข่มขืน และความรุนแรงอื่น ๆ ต่อผู้หญิงและเด็กหญิง รายงานของเราแสดงให้เห็นว่านี่คือปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและสามารถคาดการณ์ได้ และเห็นได้ชัดว่ามีการแจ้งเหตุน้อยกว่าความเป็นจริง

“รัฐบาลประเทศต่าง ๆ องค์กรการกุศล และผู้บริจาคทั่วโลก ต้องยื่นมือช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ยกระดับงบประมาณที่ไม่อาจเพียงพอหรือไปไม่ถึงหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้หญิง และองค์กรท้องถิ่นที่ทำงานอยู่หน้าด่านของโรคระบาดครั้งนี้ รวมถึงวิกฤติมนุษยธรรมและภัยพิบัติต่าง ๆ

“สองในสามของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเป็นผู้หญิง แต่ในระดับผู้มีอำนาจการตัดสินใจในสถานการณ์โควิด-19 ผู้หญิงคิดเป็นหนึ่งในสี่เท่านั้น นี่เป็นหนึ่งเหตุผลที่การวิจัยทางแพทย์ต่าง ๆ ไม่ให้น้ำหนักความต้องการเฉพาะของผู้หญิง และมีการตัดสินใจมากมายที่ไม่ได้คำนึงถึงผู้หญิง แม้ผู้หญิงจะกำลังประสบผลกระทบของวิกฤตินี้อย่างหนักหน่วงก็ตาม”

รายงาน “Surviving COVID-19: A Women-Led Response” ของแอ็คชั่นเอด เตือน “เรากำลังเดินละเมอเข้าสู่อีกภาวะโรคระบาดทั่วโลกที่คร่าชีวิตผู้หญิง” พร้อมเรียกร้องให้ยกระดับศูนย์ให้ความช่วยเหลือด้านความรุนแรงทางเพศ เช่น บ้านพักฉุกเฉิน และแผนการดูแลผู้ถูกกระทำและกระบวนการส่งต่อ เป็นสิ่งที่ควรมีในทุกประเทศ

แอ็คชั่นเอด กำลังรับมือกับผลกระทบของโควิด-19 ใน 40 ประเทศทั่วโลก หน่วยงานความช่วยเหลือในพื้นที่ที่นำโดยผู้หญิงในเครือข่ายต่างระบุว่า ความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิงมีเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงไวรัสเริ่มระบาด มากกว่า 60% ของงบประมาณเพื่องานด้านมนุษยธรรมของแอ็คชั่นเอดนั้นไปยังองค์กรท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นองค์กรช่วยเหลือผู้หญิง

ดาวน์โหลดรายงาน “Surviving COVID-19: A Women-Led Response”


ผู้บริจาคแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ส่งน้ำใจให้เด็กโรงเรียนเล็ก บรรเทาผลกระทบ โควิด -19

ผู้บริจาคแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ส่งน้ำใจให้เด็กโรงเรียนเล็ก บรรเทาผลกระทบโควิด-19

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ทำงานร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุนชนในกระบวนการดังกล่าว แต่เมื่อโควิด-19 ก่อให้เกิดภาวะฉุกเฉินด้านอาหารและสาธารณะสุขทั่วประเทศ เด็กจากครอบครัวที่ถูกเลิกจ้างงานและขาดรายได้นั้นไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ และไม่สามารถพึ่งมื้อกลางวันจากโรงเรียนได้เช่นเคยเนื่องจากการปิดภาคเรียนที่ยาวนานขึ้น นอกจากนี้ พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์สุขอนามัยที่จะช่วยป้องกันโรคระบาดได้ โรงเรียนขนาดเล็กเองก็มีกำลังและทรัพยากรอย่างจำกัดเกินกว่าจะสามารถช่วยเหลือดูแลเด็ก ๆ ในชุมชนอย่างทั่วถึง

มูลนิธิฯ จึงเร่งระดมทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบเหล่านี้ ด้วยแรงสนับสนุนของผู้บริจาคจำนวน 27,710 บาท เราสามารถทยอยนำส่งปัจจัยช่วยเหลือด้านอาหารและด้านสุขอนามัยไปยังผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนที่สุด ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2563 เราได้ส่งต่อชุดความช่วยเหลือไปยังครอบครัวของนักเรียนโรงเรียนขนาดเล็ก 10 โรงเรียน ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม และน่าน รวมมีผู้ได้รับความช่วยเหลือแล้วมากกว่า 40 ชีวิต

เราขอขอบคุณในความมุ่งมั่นและการประสานงานของคณะครูโรงเรียนขนาดเล็ก ได้แก่ โรงเรียนวัดโคกทอง โรงเรียนวันมหาราช โรงเรียนบ้านห้วยรางเกตุ โรงเรียนบ้านหนองขาม โรงเรียนวัดดอนโพธิ์ทอง โรงเรียนวัดอมรวดี โรงเรียนวัดบ้านยาง โรงเรียนแหลมบัววิทยา โรงเรียนวัดปากน้ำ โรงเรียนวัดสระด่าน และโรงเรียนบ้ารฮากฮาน มา ณ ที่นี้

ผู้บริจาคแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ส่งน้ำใจให้เด็กโรงเรียนเล็ก บรรเทาผลกระทบ โควิด -19
Photo: Suppanat Phaka / ActionAid Thailand

ชุดความช่วยเหลือ 1 ชุดประกอบด้วย ข้าวสาร 5 กิโลกรัม, ไข่ไก่ 1 แผง 30 ฟอง, นม UHT 2 แพ็ค, ปลากระป๋อง, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, น้ำมันพืช, ซีอิ๊ว, น้ำตาลทราย, สบู่, เจลแอลกอฮอล์, หน้ากากอนามัย และผ้าอนามัย รวมมูลค่า 500 บาท / ชุด สำหรับความช่วยเหลือในจังหวัดน่าน เราได้ส่งต่ออาหารและสิ่งของด้านสุขอนามัยประเภทเดียวกันนี้ โดยมีมูลค่า 1,000 / ชุด เนื่องจากครอบครัวเป้าหมายของเด็ก ๆ เชื้อสายมลาบรีจำนวน 4 ครอบครัว เป็นครัวเรือนยากจนพิเศษ มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างลำบาก และขาดโอกาสทางสังคมเป็นอย่างมาก

ผู้บริจาคแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ส่งน้ำใจให้เด็กโรงเรียนเล็ก บรรเทาผลกระทบ โควิด -19
Photo: Suppanat Phaka / ActionAid Thailand
ผู้บริจาคแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ส่งน้ำใจให้เด็กโรงเรียนเล็ก บรรเทาผลกระทบ โควิด -19
Photo: ActionAid Thailand

ขณะนี้ การสนับสนุนที่ส่งผ่านทางมูลนิธิฯ ยังมีไม่มากพอที่จะส่งต่อได้อย่างทั่วถึง และยังมีเด็กกลุ่มเปราะบางในชุมชนชนบทอีกจำนวนมาก ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างหนักหน่วงและกำลังรอความช่วยเหลือ

💝 ร่วมบริจาคผ่านเว็บไซต์ (เลือกบริจาคแบบ "ครั้งเดียว") หรือผ่านการโอนเงินมาที่

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพหลโยธิน
เลขที่บัญชี 014 306145 2

สอบถามรายละเอียดเพิ่ม โทร 02 279 6601 อีเมล retention.thailand@actionaid.org หรือ facebook.com/ActionAidThailand


School Champion แอ็คชั่นเอด ตามหาครูแกนนำร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ชนบท

แอ็คชั่นเอด ตามหาครูแกนนำ "School Champion" ร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ชนบท

📢 โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา กำลังประกาศรับสมัครครูแกนนำจำนวน 20 ท่าน จาก 8 จังหวัดพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม น่าน กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด เพื่อสนับสนุนการขยายผลงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ชนบท

ครูแกนนำ หรือ “School Champion” จะรับหน้าที่เป็นโค้ช ให้คำปรึกษากับโรงเรียนในระดับพื้นที่ และจัดอบรมการใช้นวัตกรรมการเรียนการสอน และการติดตามผลตามแนวทาง หลักสูตรการเรียนรู้จากการปฏิบัติ (Active Learning)

คุณครูที่สนใจ สามารถกรอกใบสมัครออนไลน์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 25 พฤษภาคม 2563 เราจะประกาศผลการรับสมัครในวันที่ 31 พฤษภาคม ทางหน้า Facebook ของมูลนิธิฯ และ Access School ชุมชนสร้างโรงเรียน โรงเรียนสร้างชุมชน

สมัครกันเข้ามาเยอะ ๆ แล้วมาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงกับเรานะคะ

โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (Building an active, networked civil society to improve delivery and access to quality education in Thailand) คือโครงการระยะ 4 ปีที่ดำเนินงานโดยมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย สมาคมไทบ้าน และศูนย์การเรียน เครือข่ายการศึกษาทางเลือก โดยได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป European Union in Thailand


แบ่งปันน้ำใจให้เด็ก ๆ โรงเรียนขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

แบ่งปันน้ำใจให้เด็ก ๆ โรงเรียนขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

ช่วงวิกฤติกักตัวจากสถานการณ์ COVID-19 มีเด็กเกือบ 21,000 คน อาจต้องอยู่กับความหิวโหย

พ่อแม่ของพวกเขาตกงานและขาดรายได้ สำหรับพวกเขาแล้ว ความอดอยากเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากกว่าการติดเชื้อไวรัส

ขณะเดียวกัน ชุมชนของพวกเขาไม่มีทรัพยากรและช่องทางที่จะจัดหาอุปกรณ์ด้านสุขอนามัย ที่จะช่วยปกป้องพวกเขาได้

เราต้องการความช่วยเหลือจากท่านอย่างเร่งด่วน

ผลกระทบของ COVID-19 ต่อเด็กโรงเรียนขนาดเล็ก

โรงเรียนขนาดเล็กมีกำลังและทรัพยากรอย่างจำกัด ในการจัดเตรียมอุปกรณ์สุขอนามัยสำหรับเด็กนักเรียน บุคลากรของโรงเรียน และชุมชน แม้จะมีการช่วยเหลือจากรัฐ เช่น การแจกจ่ายหน้ากากและสิ่งของแก่ประชาชนส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสและผลกระทบที่ตามมา โรงเรียนจำนวนมากขาดความช่วยเหลือและการสนับสนุน ที่จะทำให้พวกเขาพร้อมเริ่มการเรียนการสอนในเดือนกรกฎาคมนี้

ในช่วงปิดภาคเรียนที่ยาวนานขึ้น เด็กจากครอบครัวยากจนไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เกิดเป็นภาวะทุพโภชนาการ ครอบครัวของพวกเขารับภาระทางเศรษฐกิจที่หนักขึ้น การถูกเลิกจ้างงานหรือพักงานเนื่องมาจากมาตรการปิดเมืองทำให้ขาดรายได้ในการซื้ออาหารที่มีประโยชน์ หรืออิ่มท้องสำหรับลูกหลานในแต่ละวัน

เราจะช่วยเหลืออย่างไร

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ทำงานร่วมกับโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน และทำให้มั่นใจได้ว่าเด็กทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาคุณภาพได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนและมีฐานะอย่างไร แต่ขณะนี้ การแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ก่อให้เกิดภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณะสุขในระดับโลกและระดับประเทศ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทยกำลังระดมทุน 6.5 ล้านบาท เพื่อรับมืออย่างเร่งด่วนกับผลกระทบที่เด็กโรงเรียนขนาดเล็กกำลังประสบ โปรดร่วมเป็นพลังสนับสนุนการทำงานของเรา

ด้านสุขอนามัย – เราจะจัดหาอุปกรณ์ด้านสุขอนามัย เช่น สบู่เหลวล้างมือ เจลแอลกอฮอล์ หน้ากากผ้า และน้ำยาทำความสะอาด สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก 80 แห่ง เพื่อให้โรงเรียนมีมาตรฐานอนามัยเด็กและบุคลากรที่ดี และพร้อมสำหรับการเรียนการสอนในภาคเรียนที่จะถึง

ด้านอาหาร – เราจะจัดตั้งครัวชุมชนในโรงเรียนขนาดเล็ก 80 แห่ง เพื่อเตรียมมื้ออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ สำหรับเด็ก 20,761 คน และครอบครัวของพวกเขา

น้ำใจของท่านจะทำให้มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย สามารถช่วยเหลือเด็กกลุ่มเปราะบางที่สุดใน 80 ชุมชน ที่กำลังได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 โปรดสนับสนุนเราตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2563 ทันทีที่เราได้รับทุนสนับสนุน เราจะเริ่มทยอยดำเนินการส่งอาหารไปยังชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือ และจัดเตรียมอุปกรณ์ด้านสุขอนามัยต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนการเปิดภาคการศึกษาใหม่

วิธีการบริจาค

1. บริจาคด้วยบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต ผ่านระบบออนไลน์ที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัย

      • ไปยัง https://actionaid.or.th/donate
      • เลือกบริจาคแบบ “ครั้งเดียว” และระบุจำนวนเงินบริจาค (ขั้นต่ำ 300 บาท)
      • กรอกข้อมูลผู้บริจาค
      • รับหลักฐานการบริจาคทางอีเมล

2. บริจาคโดยการโอนเงินมาที่

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพหลโยธิน
เลขที่บัญชี 014 306145 2

จากนั้น ส่งรายละเอียดการบริจาค พร้อมชื่อ-ที่อยู่ของท่าน มาที่ retention.thailand@actionaid.org (คุณพัชราภรณ์ ไป่ฟาทอง) สำหรับการจัดส่งใบเสร็จรับเงิน

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จะจัดส่งใบเสร็จรับเงินบริจาคให้ท่านภายใน 7-10 วันหลังการบริจาค ซึ่งใบเสร็จไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ หากพบปัญหาหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ 02-279-6601 หรืออีเมล retention.thailand@actionaid.org


จดหมายข่าว มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ฉบับที่ 2/2563 (เมษายน 2563)

จดหมายข่าว มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ฉบับที่ 2/2563 (เมษายน 2563)

ติดตามความก้าวหน้าของมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ผ่านจดหมายข่าวออนไลน์ฉบับเดือนเมษายน 2563 ได้แล้ววันนี้

อ่านเรื่องเด่นในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา อาทิ การรับมือสถานการณ์ COVID-19 ของสหพันธ์แอ็คชั่นเอด การเปิดตัวโครงการใหม่ระยะ 4 ปี ที่ส่งเสริมศักยภาพของภาคประชาสังคมและชุมชนในการมีส่วนร่วมตัดสินใจนโยบายการศึกษา และกิจกรรมเฉลิมฉลองวันสตรีสากลของแอ็คชั่นเอดในประเทศต่าง ๆ ฯลฯ

เรายังได้พูดคุยกับ ครูบัว–บุณฑริก ซื่อสัตย์ ครูโรงเรียนขนาดเล็ก ณ บ้านฮากฮาน จังหวัดน่าน ถึงการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในระดับท้องถิ่น และการพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลให้เป็นโรงเรียนสอนคิด ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าพื้นที่การเรียนรู้ที่มีคุณภาพไม่จำเป็นต้องมีทรัพยากรที่ไฮเทคและครบครันเสมอไป

ดาวน์โหลดจดหมายข่าวมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ฉบับเดือนเมษายน 2563


COVID-19: เมื่ออยู่บ้านให้ปลอดไวรัส ไม่ได้แปลว่า "ปลอดภัย"

ปลอดจากไวรัส แต่ก็ยังไม่ “ปลอดภัย”?

การ #อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อสังคม เป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยลดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ควบคู่ไปกับการปิดห้างร้าน-สถานที่สาธารณะหลายประเภท และการเลื่อนเปิดภาคการศึกษาใหม่เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563

แต่ในระยะห่างที่ทำให้เราทุกคนอยู่ไกลโรค มีผู้หญิง เด็ก และคนกลุ่มเปราะบางจำนวนมากที่กำลังเผชิญกับความรุนแรงจากคนใกล้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่กับคู่รัก หรือสมาชิกในครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงเป็นประจำ สภาวะล็อคดาวน์ทำให้พวกเขาไม่สามารถเลี่ยงผู้กระทำความรุนแรง หรือออกไปขอความช่วยเหลือจากศูนย์ให้บริการต่าง ๆ ได้

ในครัวเรือนอื่นที่ไม่เคยมีการใช้ความรุนแรงมาก่อน ความตึงเครียดจากผลกระทบทางเศรษฐกิจของการตกงานกะทะหัน หรือระยะเวลาการปิดภาคเรียนที่นานขึ้น อาจเป็นตัวกระตุ้นที่ก่อให้เกิดการกระทบกระทั่ง ความเครียดยังนำไปสู่การบริโภคแอลกอฮอลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชนวนของความรุนแรง เราจะเห็นว่ามีงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของการดื่มสุรากับความรุนแรงในครอบครัว

สถิติเหตุความรุนแรงในครอบครัวในเดือนมีนาคม 2563 มีจำนวน 154 ราย
เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ ที่มีจำนวน 144 ราย

Photo: Abbie Trayler Smith/ActionAid

กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เผยว่า สถิติเหตุความรุนแรงในครอบครัวในเดือนมีนาคม 2563 มีจำนวน 154 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ ที่มีจำนวน 144 ราย และเดือนมีนาคม 2562 ที่มีจำนวน 140 ราย

มีความเป็นไปได้ว่า ตัวเลขจะเพิ่มสูงขึ้นสำหรับช่วงเดือนเมษายนที่มาตรการการกักตัวถูกปรับใช้อย่างเข้าที่มากขึ้นในทุกจังหวัด ขณะเดียวกัน จำนวนเหตุที่ได้รับการรายงานอาจไม่สะท้อนความรุนแรงทั้งหมดที่เกิดขึ้น เนื่องจากผู้ที่แจ้งเหตุความรุนแรงมักเป็นคนนอก เช่น ครู หรือเพื่อน เมื่อโรงเรียนถูกปิดนานขึ้นอีก 2 เดือน เด็กที่ประสบความรุนแรงในบ้านไม่มีโอกาสหรือช่องทางบอกใครได้เมื่อเกิดปัญหา

จากการสำรวจเครือข่ายโรงเรียนที่มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ทำงานด้วย พบว่า โรงเรียนพบข้อจำกัดหลายด้านในการช่วยสอดส่องดูแลความปลอดภัยของเด็ก ๆ และกลุ่มเปราะบางในครอบครัว

จากการสำรวจเครือข่ายโรงเรียนที่มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ทำงานด้วย พบว่า โรงเรียนพบข้อจำกัดหลายด้านในการช่วยสอดส่องดูแลความปลอดภัยของเด็ก ๆ และกลุ่มเปราะบางในครอบครัว รวมไปถึงองค์ความรู้ความเข้าใจต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับปัญหาความรุนแรง เช่น การรับมือกับเหตุ กระบวนการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำ และการเสริมสร้างความตระหนักในชุมชน ซึ่งในช่วง 2-3 เดือนต่อไปนี้ มูลนิธิฯ จะสนับสนุนเครือข่ายโรงเรียนเพื่อให้ความรู้ในการรับมือภาวะวิกฤติ COVID-19 และการฟื้นตัวของชุมชนหลังภาวะวิกฤติโดยมีฐานคือโรงเรียน (School Safety Initiative)

ในช่วงนี้ หากใครประสบ หรือพบเห็นความรุนแรงในครอบครัว ขอให้รีบโทรแจ้ง 1300 ศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ 1323 บริการปรึกษาสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณะสุข สายด่วนฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

หากสายไม่ว่างเนื่องจากมีการติดต่อเข้าไปเป็นจำนวนมาก สามารถโทรขอความช่วยเหลือโดยตรงจากหน่วยงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกจังหวัด ซึ่งทาง มายซิส MySisBot ได้ทำ mapping รวบรวมข้อมูลติดต่อและพิกัดที่ตั้งของหน่วยงานเหล่านี้ไว้ในแผนที่ด้านล่าง

อ้างอิงข้อมูล:
https://www.prachachat.net/general/news-444654
https://www.matichon.co.th/lifestyle/social-women/news_2138524
https://tdri.or.th/2020/04/domestic-violence-victims-during-covid19


แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ประกาศปิดทำการสำนักงานชั่วคราวเนื่องด้วยสถานการณ์ COVID-19

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ขอแจ้งปิดทำการสำนักงานชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่จะยังคงปฏิบัติงานจากที่บ้าน เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายชะลอการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) และรักษาระยะห่างทางสังคม (social distancing)

ท่านสามารถติดต่อเราได้ ผ่านฝ่ายประสานงานผู้บริจาค อีเมล retention.thailand@actionaid.org หรือ โทร. 02 279 6601 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-17.30 น. (ยกเว้นวันหยุดราชการ)

ระหว่างนี้หมายเลขโทรออกชั่วคราวของมูลนิธิฯ คือหมายเลข 02 409 0702 มูลนิธิฯ ต้องกราบขออภัย หากช่วงนี้เกิดการติดต่อประสานงานล่าช้า

นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อพูดคุยกับเราผ่าน

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย