งานแถลงข่าวโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพ การศึกษา (แอคเซส สคูล)

เชิญสื่อมวลชนร่วมงานเปิดตัวโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ACCESS School)

วันพุธที่ 5 สิงหาคม 2563 นี้ สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย ร่วมกับ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) และสมาคมไทบ้าน ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนร่วมงานเปิดตัวโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (แอคเซส สคูล) เพื่อเปิดตัวแผนงานพัฒนาโมเดลโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนนวัตกรรมเพื่อเด็กและชุมชนเป้าหมาย 400 โรงเรียน 8 จังหวัด 3 ภูมิภาค และเครือข่ายครูแกนนำ "ชุมชนสร้างโรงเรียน โรงเรียนสร้างชุมชน" พร้อมประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างเครือข่ายภาคประชาสังคม ครู โรงเรียน ชุมชน กระทรวงศึกษาธิการ และสหภาพยุโรป (EU) ในการรวมพลังเพื่อขับเคลื่อนโรงเรียนขนาดเล็กและนวัตกรรมการศึกษาเพื่อเด็ก ชุมชน และปฏิรูปการศึกษาไทย ณ ห้องบอลรูม ชั้น 4 โรงแรมคอนราด กรุงเทพ ถนนวิทยุ เวลา 9.00- 13.00 น.

สืบเนื่องจาก ประเด็นด้านสิทธิการศึกษา (Rights to Education) ของโรงเรียนขนาดเล็ก (โรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยกว่า 120 คน) จากจำนวน 15,000 แห่งทั่วประเทศ โดยกว่าสองในสามมีความเสี่ยงในบริบทด้านคุณภาพการศึกษาที่ท้าทายจะปิดตัวหรือถูกควบรวมกับโรงเรียนอื่น ๆ อันนำมาซึ่งผลกระทบที่เป็นความเหลื่อมล้าต่อเด็กและชุมชนในมิติสิทธิขั้นพื้นฐาน เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย (สกล.) ร่วมกับมูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) และสมาคมไทบ้าน ซึ่งได้ทำงานร่วมกับเครือข่ายครู และผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อประเมิน ส่งเสริม และพัฒนาโครงการที่เป็นนวัตกรรมด้านพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่สอดรับกับความต้องการของเด็ก โรงเรียนและชุมชนบนสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกและประเทศมาโดยตลอด

ดังนั้น เพื่อตอบสนองกับสถานการณ์ดังกล่าว เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมด้านการศึกษาจึงได้ร่วมกันดำเนิน “โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา” ขึ้น โดยการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป (EU) เพื่อต่อยอดจากภารกิจเดิมที่เคยได้ทำมาและขยายผลของแนวทางการพัฒนาดังกล่าวในระดับชาติ ผ่านการพัฒนาขีดความสามารถของภาคประชาสังคมในประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งและสร้างกลไกร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครอง พัฒนา และปรับปรุงคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งภายใต้การดำเนินโครงการนี้ "โมเดลโรงเรียนขนาดเล็ก" จะถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นแผนแม่บทในการสร้างกลไกการทำงาน ของภาคประชาสังคมและโรงเรียนขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืน บนฐานของการมีส่วนร่วมให้ดียิ่งขึ้น โดยจะนำร่อง ในพื้นที่ 8 จังหวัด 3 ภูมิภาค เป้าหมาย 400 โรงเรียน ระยะเวลา 4 ปี (พ.ศ. 2563-2566) เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อคุณภาพและสิทธิทางการศึกษาของเด็กนักเรียนในชุมชนยากจน และการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาสังคมต่าง ๆ ในทุกระดับตลอดจนถึงการเสริมสร้าง "ครูแกนนำ" ให้เป็นพลังขับเคลื่อนร่วมกับชุมชนเพื่อสร้างโรงเรียน และโรงเรียนสร้างชุมชนไปพร้อมกันอีกด้วย

ในโอกาสนี้เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมด้านการศึกษา ได้แก่ สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย (สกล.) มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), สมาคมไทบ้าน ร่วมกับ เครือข่ายโรงเรียนนอกกะลา, เครือข่ายสมาคมผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก สพป.น่าน เขต 1/โรงเรียนชุมชนภาคเหนือ (น่าน) และเครือข่ายครูและผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กภาคอีสาน, สมาคมพัฒนาการศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ และสมาคมพัฒนาการศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือ "โครงการแอคเซส สคูล" (ACCESS School) ซึ่งจะเปิดตัวอย่างโมเดลโรงเรียนขนาดเล็ก พร้อมกลไกองค์กรภาคประชาสังคมที่จะ ร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมกับกลไกภาครัฐ กระทรวงศึกษาธิการ กระทวงมหาดไทยทั้งในระดับชาติและจังหวัด ในการ หนุนเสริมครู โรงเรียน และชุมชนในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ในวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2563 นี้ เวลา 9.00-13.00 น. ณ ห้องบอลรูม 3 ชั้น 4 โรงแรมคอนราด กรุงเทพ

โดยสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงานจะได้พบกิจกรรมที่น่าสนใจดังนี้:

  • การกล่าวเปิดงานและบรรยายพิเศษ เรื่อง "นโยบายของสหภาพยุโรป (EU) ในการสนับสนุนการศึกษาในประเทศสมาชิก และประเทศต่างๆทั่วโลก" โดย ฯพณฯ เปียร์ก้า ตาปิโอลา เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย
  • การกล่าวแนะนำความเป็นมา เป้าหมายและแผนงานโครงการฯ โดย คุณเทาฮิด อิบเน ฟาริด
    ผู้อำนวยการมูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)
  • รับชมวีดีทัศน์โครงการ "แอคเซส สคูล" ขับเคลื่อนโมเดลโรงเรียนขนาดเล็ก ชุมชนสร้างโรงเรียน โรงเรียนสร้างชุมชน
  • การบรรยายพิเศษ เรื่อง นโยบายและความร่วมมือของกระทรวงศึกษาธิการในการหนุนเสริมภาคประชาสังคมและชุมชนในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กและลดความเหลื่อมล้าทางการศึกษาตามนโยบายการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal เป้าหมายที่ 4)
    โดย ฯพณฯ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • พิธีมอบรางวัลให้กับนักเรียนที่ชนะเลิศการประกวดออกแบบโลโก้โครงการฯ
  • รับของที่ระลึกจากโครงการฯ ชมนิทรรศการแสดงข้อมูล เอกสาร แผนงาน เป้าหมาย และพื้นที่ปฏิบัติงาน
  • พูดคุยแลกเปลี่ยนครูแกนนำ ผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก เด็กนักเรียน ที่ปรึกษาโครงการจากองค์กรภาคประชาสังคมและองค์กรภาครัฐที่พร้อมจะตอบทุกคำถามเพื่อพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กร่วมกัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและยืนยันการเข้าร่วมได้ที่
โทร. 061-2722499, 095-6974565 (ธนารัตน์ บัวบาน)
081-8363588 (อุไรวรรณ กสิวัฒนา)
081-8844062 (เทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย)
094-2645149 (พัชกร พัทธวิภาส)
E-mail: taecaoffice2020@gmail.com

ดาวน์โหลดกำหนดการ

ดาวน์โหลดแผนที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพ

ดาวน์โหลดวิธีการเดินทางไปยังโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ


EU สหภาพยุโรป สนับสนุนแอ็คชั่นเอดและภาคประชาสังคม เปิดตัวโครงการรับมือ-ฟื้นฟูผลกระทบโควิด-19 / European Union

สหภาพยุโรป สนับสนุนแอ็คชั่นเอดและภาคประชาสังคม เปิดตัวโครงการรับมือ-ฟื้นฟูผลกระทบโควิด-19 

สหภาพยุโรป ให้การสนับสนุนมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย และองค์กรภาคประชาสังคม เปิดตัวโครงการรับมือและฟื้นฟูผลกระทบโควิด-19 ในประเทศไทย

ภายใต้การทำงานของทีมยุโรปในการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทั่วโลก สหภาพยุโรปได้แถลงการสนับสนุนโครงการรับมือและฟื้นฟูผลกระทบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ด้วยงบประมาณ 2.6 ล้านยูโร หรือประมาณ 90 ล้านบาท จำนวนสองโครงการ โดยมีจุดมุ่งหมายในการเพิ่มความสามารถและการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมของไทย ที่จะช่วยลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีต่อสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจของกลุ่มประชากรเปราะบางที่สุดในประเทศ ทั้งสองโครงการมีระยะเวลาการดำเนินงานเป็นเวลา 2 ปี และปฎิบัติงานโดยภาคีขององค์กรภาคประชาสังคมในประเทศไทย

โครงการรับมือและฟื้นฟูผลกระทบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยของอียู มีส่วนประกอบหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด การฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนโดยการพัฒนาการดำรงชีพของชุมชนที่ได้ผลกระทบให้ดีขึ้น และการสร้างความสามารถในการยืดหยุ่นของชุมชนในการรับมือวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

“การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบตามมาอย่างใหญ่หลวง ทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว ผลกระทบที่ว่านี้มีทั้งปัญหาด้านสาธารณสุขและการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ไปจนถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจน” ฯพณฯ เปียร์ก้า ตาปิโอลา เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าว “สิ่งที่แน่ชัดในตอนนี้คือ ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องร่วมกันรับมือกับผลลัพธ์เชิงลบที่จะตามมา ในฐานะที่สหภาพยุโรปเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลายาวนาน เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคมในการรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ โดยจะไม่ทิ้งผู้ใดไว้ข้างหลัง ผมยินดีอย่างยิ่งที่การร่วมมือกันของเราจะช่วยให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริงต่อกลุ่มประชากรเปราะบางทั่วประเทศ”

องค์กรหลักในการดำเนินงานของโครงการระดับประเทศคือ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย โดยร่วมกับองค์กรภาคี ซึ่งได้แก่ มูลนิธิชุมชนไท มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ และมูลนิธิชีววิถี โดยมีพื้นที่ในการปฏิบัติงานในเกือบ 40 จังหวัด และจะทำงานกับภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ เช่น แรงงานข้ามชาติ และแรงงานนอกระบบ เด็ก และประชาชนชายขอบ ซึ่งครึ่งหนึ่งของผู้ที่ได้รับผลกระทบนี้เป็นผู้หญิง

“เราร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือชุมชนต่าง ๆ และรับมือกับความต้องการเฉพาะของแต่ละชุมชน ทั้งในช่วงวิกฤตจากการระบาดของโรคและหลังจากนั้น โครงการจะดำเนินการครอบคลุมหลายภาคส่วน โดยจะมีการเตรียมชุมชนให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้น รวมถึงเตรียมการเพื่อฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจและสังคมในระยะสั้นและระยะกลาง และมีมาตรการสร้างความยืดหยุ่นสำหรับกลุ่มคนชายขอบที่เปราะบางที่สุด” เทาฮิด ฟาริด ผู้อำนวยการมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ให้ความเห็น

องค์การช่วยเหลือเด็กได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสมาคมนิสิตเก่าบัณฑิตอาสา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการดำเนินงานโครงการในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ กลุ่มเยาวชน และแรงงานอพยพคืนถิ่น โดยเน้นที่กลุ่มผู้หญิงเป็นสำคัญ

“มีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่หลายครอบครัวที่ยากจนและเปราะบางในประเทศไทยจะไม่สามารถกลับมาดำเนินชีวิตอย่างปกติหลังจากวิกฤตโควิด-19” นายประเสริฐ ทีปนาถ ผู้อำนวยการองค์การช่วยเหลือเด็ก กล่าว “เราต้องมั่นใจว่าบุคคลเหล่านี้จะมีความเข้มแข็ง และมีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ส่วนบุคคล ครอบครัวและชุมชน ให้สามารถรับมือ ป้องกัน และลดผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และสังคมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต”

เกี่ยวกับสหภาพยุโรป

สหภาพยุโรป (อียู) เป็นการรวมตัวในลักษณะสหภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศในทวีปยุโรป มีสมาชิกในปัจจุบันจำนวน 27 ประเทศ ประเทศสมาชิกได้ร่วมกันสร้างภูมิภาคที่มีความมั่นคง เป็นประชาธิปไตย และมีการพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ยังรักษาความหลากหลายทางวัฒนธรรมของประเทศสมาชิก เปิดกว้างในการยอมรับซึ่งกันและกัน และเคารพเสรีภาพของประชาชน ในปี 2555 (ค.ศ. 2012) สหภาพยุโรปได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เนื่องจากเป็นองค์กรที่ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ ความสมานฉันท์ ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนในยุโรป

สหภาพยุโรปเป็นสมาคมทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงเป็นแหล่งทุนและเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ นอกจากนี้สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกยังเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (Official Development Assistance) รายใหญ่ที่สุดในโลก โดยที่มูลค่าการให้ความช่วยเหลือรวมกันเกินครึ่งหนึ่งของยอดรวมทั้งโลก

สหภาพยุโรป สนับสนุนแอ็คชั่นเอดและภาคประชาสังคม เปิดตัวโครงการรับมือ-ฟื้นฟูผลกระทบโควิด-19 


แอ็คชั่นเอดเตือน อย่าละเลยที่พึ่งของผู้หญิง หลัง ความรุนแรง ทางเพศ พุ่งช่วงโควิด-19

แอ็คชั่นเอดเตือน อย่าละเลยที่พึ่งของผู้หญิง หลังความรุนแรงทางเพศพุ่งสูงช่วงโควิด-19

รายงานใหม่ของแอ็คชั่นเอดชี้ การฆาตกรรมผู้หญิงและความรุนแรงในครอบครัวพุ่งสูงหลายเท่าตัวช่วงวิกฤติโควิด-19

เมื่อโลกตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินและสภาวะล็อกดาวน์โควิด-19 ความรุนแรงทางเพศพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วงในหลายประเทศทั่วยุโรป แอฟริกา เอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ เนื่องจากบ้านพักฉุกเฉินปิดทำการและรัฐบาลประเทศต่าง ๆ โยกงบประมาณเพื่อรับมือกับโรคระบาด

รายงาน “Surviving COVID-19: A Women-Led Response” อ้างอิงข้อมูลและสำรวจจากหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและขบวนการสิทธิสตรีจากทั่วโลก พบว่าการปิดเมืองกลายเป็นสถานการณ์บังคับให้คดีความรุนแรงจำนวนมากถูกไกล่เกลียหรือยอมความนอกศาล ส่งผลให้ผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้รับความยุติธรรม มีโอกาสน้อยลงที่จะตั้งต้นชีวิตใหม่ รวมถึงสร้างความตึงเครียดเพิ่มขึ้นภายในชุมชน

เอเน โอบี ผู้อำนวยการองค์การแอ็คชั่นเอด ไนจีเรีย กล่าวว่า “เราไม่เคยตื่นตระหนกกับความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กมากเท่าในระยะหลังมานี้

“เด็กหญิงและผู้หญิง ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ กำลังใช้ชีวิตอยู่กับความกลัว พวกเขาไม่รู้สึกปลอดภัยแม้แต่ในบ้านของตัวเอง ในสถานการณ์ตอนนี้ การจับกุมตัวไม่เพียงพออีกต่อไปในฐานะเครื่องยับยั้งการลงมือของผู้กระทำ เพราะคดีความรุนแรงส่วนใหญ่กำลังถูกไกล่เกลียหรือยอมความนอกศาล หมายความว่าผู้ถูกกระทำ ผู้รอดชีวิต และครอบครัวของพวกเขาจะไม่ได้รับความยุติธรรมที่แท้จริง”

รายงานยังระบุว่า:

    • ในบังคลาเทศ เครือข่ายหน่วยงานด้านความช่วยเหลือของแอ็คชั่นเอด ซึ่งรวมถึงค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา พบว่าในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าตัว (983%) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา
    • ในบราซิล กลุ่มหน่วยงานด้านความปลอดภัยเผยว่า ผู้หญิง 143 คน ใน 12 รัฐ ถูกกระทำความรุนแรงถึงชีวิตในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราการฆาตกรรมผู้หญิงเพิ่มขึ้น 22% จากปีที่แล้ว ในรัฐอาเกรทางตอนเหนือ การฆาตกรรมผู้หญิงเพิ่มสูงขึ้น 300%
    • ในอูกานดา แอ็คชั่นเอดจำเป็นต้องปิดทำการบ้านพักฉุกเฉิน 10 แห่ง เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ แม้ว่าปริมาณเคสช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน 2563 ได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของปีก่อนหน้า
    • ในฉนวนกาซา พันธมิตรแอ็คชั่นเอดรายงานว่า ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม หน่วยงานให้ความช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงทางเพศเพิ่มขึ้น 700% มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562
    • ในอิตาลี ข้อมูลจากบ้านพักฉุกเฉิน 228 แห่ง เผย ผู้หญิงที่ติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนของรัฐบาล มีจำนวนมากขึ้น 59%
    • ในไนจีเรีย รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังจำนวนคดีฆาตกรรมผู้หญิงและข่มขืนพุ่งขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง บ้านพักฉุกเฉินแห่งหนึ่งรายงานว่ามีได้รับเรื่องเพิ่มขึ้น 700% ตั้งแต่เริ่มมีการล็อกดาวน์ แอ็คชั่นเอดกำลังเรียกร้องให้มีประกาศห้ามประกันตัวผู้กระทำและการยอมความนอกศาล สำหรับคดีความรุนแรงที่โหดร้ายลักษณะนี้ หลังได้รับรายงาน 253 เหตุร้ายแรงที่ถูกบันทึกเป็นรายลักษณ์อักษร

การเพิ่มขึ้นของเหตุข่มขืนและฆาตกรรมผู้หญิงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องและคาดการณ์ได้ และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะในสถานการณ์ฉุกเฉินใด แต่กลับเป็นปัญหาที่ได้รับความสนใจและงบประมาณน้อยที่สุดในแผนงานด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติเพื่อต่อสู้กับโรคโควิด-19 (Global Humanitarian Response Plan for COVID-19) โดยที่ผ่านมา มีการจัดสรรงบประมาณเพียงน้อยกว่า 0.3% จากทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการป้องกันความรุนแรงต่อผู้หญิง

4 ปีที่แล้ว ณ การประชุมสุดยอดว่าด้วยการดำเนินงานด้านมนุษยธรรม (World Humanitarian Summit) ผู้นำจากทั่วโลกตั้งพันธสัญญาไว้ว่า 25% ของงบประมาณเพื่องานด้านมนุษยธรรม จะไปที่องค์กรท้องถิ่น อาทิ บ้านพักฉุกเฉินต่าง ๆ ที่รายงานของแอ็คชั่นเอดอ้างอิงถึง ทว่าแผนงานด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติเพื่อต่อสู้กับโรคโควิด-19 ไม่เป็นไปตามการให้คำมั่นดังกล่าว โดยมีงบประมาณไปถึงหน่วยงานท้องถิ่นเพียง 0.1%

จูเลีย ซานเชส เลขาธิการองค์การแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า:

“โควิด-19 เป็นวิกฤติด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจที่ส่งผลถึงเหตุฆาตกรรมผู้หญิง การข่มขืน และความรุนแรงอื่น ๆ ต่อผู้หญิงและเด็กหญิง รายงานของเราแสดงให้เห็นว่านี่คือปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและสามารถคาดการณ์ได้ และเห็นได้ชัดว่ามีการแจ้งเหตุน้อยกว่าความเป็นจริง

“รัฐบาลประเทศต่าง ๆ องค์กรการกุศล และผู้บริจาคทั่วโลก ต้องยื่นมือช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ยกระดับงบประมาณที่ไม่อาจเพียงพอหรือไปไม่ถึงหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้หญิง และองค์กรท้องถิ่นที่ทำงานอยู่หน้าด่านของโรคระบาดครั้งนี้ รวมถึงวิกฤติมนุษยธรรมและภัยพิบัติต่าง ๆ

“สองในสามของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเป็นผู้หญิง แต่ในระดับผู้มีอำนาจการตัดสินใจในสถานการณ์โควิด-19 ผู้หญิงคิดเป็นหนึ่งในสี่เท่านั้น นี่เป็นหนึ่งเหตุผลที่การวิจัยทางแพทย์ต่าง ๆ ไม่ให้น้ำหนักความต้องการเฉพาะของผู้หญิง และมีการตัดสินใจมากมายที่ไม่ได้คำนึงถึงผู้หญิง แม้ผู้หญิงจะกำลังประสบผลกระทบของวิกฤตินี้อย่างหนักหน่วงก็ตาม”

รายงาน “Surviving COVID-19: A Women-Led Response” ของแอ็คชั่นเอด เตือน “เรากำลังเดินละเมอเข้าสู่อีกภาวะโรคระบาดทั่วโลกที่คร่าชีวิตผู้หญิง” พร้อมเรียกร้องให้ยกระดับศูนย์ให้ความช่วยเหลือด้านความรุนแรงทางเพศ เช่น บ้านพักฉุกเฉิน และแผนการดูแลผู้ถูกกระทำและกระบวนการส่งต่อ เป็นสิ่งที่ควรมีในทุกประเทศ

แอ็คชั่นเอด กำลังรับมือกับผลกระทบของโควิด-19 ใน 40 ประเทศทั่วโลก หน่วยงานความช่วยเหลือในพื้นที่ที่นำโดยผู้หญิงในเครือข่ายต่างระบุว่า ความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิงมีเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงไวรัสเริ่มระบาด มากกว่า 60% ของงบประมาณเพื่องานด้านมนุษยธรรมของแอ็คชั่นเอดนั้นไปยังองค์กรท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นองค์กรช่วยเหลือผู้หญิง

ดาวน์โหลดรายงาน “Surviving COVID-19: A Women-Led Response”


School Champion แอ็คชั่นเอด ตามหาครูแกนนำร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ชนบท

แอ็คชั่นเอด ตามหาครูแกนนำ "School Champion" ร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ชนบท

📢 โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา กำลังประกาศรับสมัครครูแกนนำจำนวน 20 ท่าน จาก 8 จังหวัดพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม น่าน กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด เพื่อสนับสนุนการขยายผลงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ชนบท

ครูแกนนำ หรือ “School Champion” จะรับหน้าที่เป็นโค้ช ให้คำปรึกษากับโรงเรียนในระดับพื้นที่ และจัดอบรมการใช้นวัตกรรมการเรียนการสอน และการติดตามผลตามแนวทาง หลักสูตรการเรียนรู้จากการปฏิบัติ (Active Learning)

คุณครูที่สนใจ สามารถกรอกใบสมัครออนไลน์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 25 พฤษภาคม 2563 เราจะประกาศผลการรับสมัครในวันที่ 31 พฤษภาคม ทางหน้า Facebook ของมูลนิธิฯ และ Access School ชุมชนสร้างโรงเรียน โรงเรียนสร้างชุมชน

สมัครกันเข้ามาเยอะ ๆ แล้วมาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงกับเรานะคะ

โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (Building an active, networked civil society to improve delivery and access to quality education in Thailand) คือโครงการระยะ 4 ปีที่ดำเนินงานโดยมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย สมาคมไทบ้าน และศูนย์การเรียน เครือข่ายการศึกษาทางเลือก โดยได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป European Union in Thailand


ประธานคณะกรรมการแอ็คชั่นเอด เข้าร่วมคณะที่ปรึกษา กองทุนเงินระหว่างประเทศ

ประธานคณะกรรมการแอ็คชั่นเอด เข้าร่วมคณะที่ปรึกษากองทุนเงินระหว่างประเทศ

กองทุนเงินระหว่างประเทศ (International Monetary หรือ IMF) เผยคณะที่ปรึกษาภายนอกชุดใหม่ โดยมีเนียรัดซาย กัมบนซ์วานดา (Nyaradzayi Gumbonzvanda) ประธานคณะกรรมการ องค์การแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นหนึ่งในรายชื่อ 12 ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก

คริสตาลีนา จอร์จีวา (Kristalina Georgieva) ผู้อำนวยการบริหาร กองทุนเงินระหว่างประเทศ กล่าวว่า คณะที่ปรึกษาชุดนี้จะนำเสนอมุมมองและประสบการณ์ด้านงานพัฒนา นโยบาย การเงิน และภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกองทุนเงินระหว่างประเทศในการช่วยเหลือประเทศสมาชิก ซึ่งรวมถึงการรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจของวิกฤติโควิด-19ที่กำลังเกิดขึ้น

ในการพบกันครั้งแรกของคณะที่ปรึกษาภายนอก เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2563 คุณเนียรัดซาย ซึ่งเป็นผู้แทนของเสียงจากกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ (ประเทศรายได้ต่ำ-ปานกลาง) กล่าวถึงความกังวลของแอ็คชั่นเอดต่อผลกระทบรุนแรงจากวิกฤติหนี้ในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีผู้ได้รับการติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ระบบสาธารณะสุขของประเทศต่าง ๆ ไม่ได้รับงบประมาณอย่างเพียงพอ และไม่พร้อมรับมือกับโรคระบาดใหญ่

ก่อนการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการของกองทุนเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก (Spring Meetings) ประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 14-17 เมษายน แอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล ได้นำเสนอชุดขอแนะนำที่เน้นความสำคัญของ “การฉีดทุน” เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงการเกิดสภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณะสุขและเศรษฐกิจที่จะเกิดจากโควิด-19

รายชื่อคณะที่ปรึกษาภายนอกของผู้อำนวยการบริหาร กองทุนเงินระหว่างประเทศ ได้แก่

เอ็นโกซี โอคอนโจ-อิเวียลา (Ngozi Okonjo-Iweala) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ประเทศไนจีเรีย

ธาร์มาน ชานมุการัตนัม (Tharman Shanmugaratnam) รัฐมนตรีอาวุโส ประเทศสิงคโปร์ และประธานคณะกรรมการ องค์การเงินตราแห่งประเทศสิงคโปร์

คริสติน ฟอร์บส์ (Kristin Forbes) ศาสตราจารย์สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)

เควิน รัดด์ (Kevin Rudd) อดีตนายกรัฐมนตรี ประเทศออสเตรเลีย

ลอร์ดมาร์ค แมลล็อค บราวน์ (Lord Mark Malloch Brown) อดีตรองเลขาธิการแห่งสหประชาชาติ

ฟายเคอ ไซจ์เบสมา (Feike Sijbesma) อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Royal DSM

ราฆุรัม ราชัน (Raghuram Rajan) ศาสตร์จารย์มหาวิทยาลัยชิคาโก

อานา โบติน (Ana Botín) ประธานกรรมการกลุ่มบริหาร ธนาคาร Santander

คาร์เมน ไรน์ฮาร์ต (Carmen Reinhart) ศาสตร์จารย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

โมฮาเหม็ด เอ. เอล-เอเรียน (Mohamed A. El-Erian) หัวหน้าที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ บริษัท Allianz

สกอตต์ ไมเนิร์ด (Scott Minerd) ผู้บริหารสูงสุดด้านการลงทุน บริษัท Guggenheim Investments

เนียรัดซาย กัมบนซ์วานดา (Nyaradzayi Gumbonzvanda) ประธานคณะกรรมการ องค์การแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล

อ่านแถลงการณ์ฉบับเต็มของผู้อำนวยการบริหาร กองทุนเงินระหว่างประเทศ ได้ที่นี่


 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ เจนน่า พูเดเล็ค (Jenna Pudelek) ห้องข่าวแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ +44 7795642990 หรืออีเมล jenna.pudelek@actionaid.org


แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ชวนนักเรียน 8 จังหวัด ประกวด ออกแบบโลโก้โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 

แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ชวนนักเรียน 8 จังหวัด ประกวดออกแบบโลโก้โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ร่วมกับสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย และสมาคมไทบ้าน ภายใต้การสนับสนุนทุนการดำเนินโครงการโดยสหภาพยุโรป เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (Building an active, networked civil society to improve delivery and access to quality education in Thailand) โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรภาคประชาสังคมและเครือข่าย และพัฒนาศักยภาพชุมชนให้เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการโรงเรียนในชุมชนเพื่อให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ 8 จังหวัด คือ ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม น่าน กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพในราคาที่สามารถจ่ายได้ ซึ่งโครงการนี้จะมีระยะเวลาการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 4 ปี (พ.ศ. 2563-2566)

ด้วยความร่วมมือดังกล่าวข้างต้น โครงการฯ มีความประสงค์จัดกิจกรรมเพื่อสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วมกับโรงเรียนในเขตพื้นที่เป้าหมายผ่านกิจกรรมการประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์โครงการ (โลโก้) โดยมุ่งให้นักเรียนระดับประถมศึกษาได้ใช้ความคิดและจินตนาการในการออกแบบผ่านทักษณะทางศิลปะ ผนวกเข้ากับแนวคิดที่ทางโครงการได้วางไว้ ซึ่งแบบตราสัญลักษณ์ที่ได้รับคัดเลือกจะถูกนำมาใช้ในการสื่อสารในนามโครงการตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน รวมถึงเจ้าของผลงานที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับทุนการศึกษา และประกาศนียบัตรจากทางโครงการและสหภาพยุโรปด้วย

1. ผู้มีสิทธิ์ส่งผลงานเข้าร่วมกิจกรรม และวิธีการสมัคร

นักเรียนระดับประถมศึกษา (ป.1-ป.6) ที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง ที่มีนักเรียนไม่เกินไปกว่า 500 คน

2. กติกาและเงื่อนไขอื่น ๆ

2.1) นักเรียน 1 คน สามารถส่งภาพร่างออกแบบตราสัญลักษณ์เข้าร่วมประกวดได้เพียง 1 แบบเท่านั้น พร้อมคำอธิบายสั้น ๆ บอกความหมายที่ต้องการสื่อในตราสัญลักษณ์นั้น

2.2) ร่างออกแบบตราสัญลักษณ์จะต้องอยู่ในขนาดที่มองเห็นได้ชัดเจน โดยวาดลงบนกระดาษขนาด A4 พร้อมระบายสี พร้อมระบุชื่อ-นามสกุล ชั้นการศึกษา ชื่อโรงเรียน และหมายเลขโทรศัพท์ของครูหรือผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมลงลายมือชื่อของผู้ปกครองในการแสดงความยินยอมส่งผลงานเข้าประกวดตามเงื่อนไขที่กำหนด

2.3) ส่งผลงานเป็นชิ้นงานที่นักเรียนได้ออกแบบมาทางไปรษณีย์มาที่ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย 60/1 อาคารมนริริน ซ.พหลโยธิน 8 (สายลม) ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

2.4) ร่างออกแบบตราสัญลักษณ์ที่ส่งเข้าประกวด ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ภายใต้โครงการฯ นี้โดยเฉพาะ โดยผู้ส่งเข้าประกวด (พร้อมความยินยอมของผู้ปกครอง) ต้องยินยอมให้มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทยและโครงการฯ นำผลงานที่ส่งเข้าประกวดนั้นออกเผยแพร่ หรือใช้ประโยชน์อื่นใดในลักษณะการประชาสัมพันธ์ โดยไม่ต้องขออนุญาตและเสียค่าลิขสิทธิ์ หรือจ่ายค่าตอบแทนใด ๆ ให้แก่เจ้าของผลงาน

2.5) การตัดสินของคณะกรรมการ ถือเป็นที่สิ้นสุด ผู้ส่งร่างออกแบบตราสัญลักษณ์ เข้าประกวดไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ใด ๆ

3. เกณฑ์การตัดสินการประกวดภาพถ่าย (รวม 100 คะแนน)

3.1) ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มุมมองแปลกใหม่ สามารถสื่อความหมายได้ตรงตามคอนเซปต์และหัวข้อ (หัวข้อ: การศึกษาที่พัฒนามนุษย์สู่ความยั่งยืนด้วยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน) (40 คะแนน)

3.2) การออกแบบมีเอกลักษณ์ มีความโดดเด่น สวยงาม (30 คะแนน)

3.3) คำอธิบายบอกความหมายที่เชื่อมโยงกับแนวคิดหลัก โดยสื่อให้เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากภาคประชาสังคมและชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศไทย (30 คะแนน)

4. ระยะเวลา

4.1) โรงเรียนที่สนใจให้นักเรียนส่งผลงานเข้าประกวดเพื่อชิงทุนการศึกษา ลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ที่ http://bit.ly/38dE24u หรือสแกน QR Code ที่ปรากฎบนภาพโปสเตอร์ด้านล่าง โดยเปิดรับสมัครลงทะเบียนจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 (สิ้นสุดการลงทะเบียนเวลา 18.00 น.)

4.2) กำหนดส่งผลงาน โรงเรียนรวบรวมผลงานของนักเรียนและส่งมาทางไปรษณีย์ไม่เกินไปกว่าวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563 กรณีไปรษณียณ์ลงประทับวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563 ถือว่ายังอยู่ในช่วงเวลากำหนดส่งผลงงาน หากเลยไปกว่ากำหนดดังกล่าว ทางคณะกรรมการจะถือว่าไม่เข้าเกณฑ์และไม่พิจารณาผลงานที่ส่งมาล่าช้ากว่ากำหนด

4.3) ประกาศผลการคัดเลือกผู้ชนะเลิศเพียง 1 รางวัล ผ่านทาง Facebook ของมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย (ค้นหาคำว่า ActionAid Thailand) ในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2563 และจะมีการประสานงานไปยังโรงเรียนและเจ้าของผลงานเพื่อแจ้งผลดังกล่าว

4.4) กิจกรรมการมอบรางวัลจะจัดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2563 โดยจัดที่กรุงเทพฯ ในวันงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการฯ ซึ่งรายละเอียดและกำหนดการจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ คุณพัชกร พัทธวิภาส ผู้จัดการโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา โทร. 094 264 5149 และเพจ Facebook มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย

แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ชวนนักเรียน 8 จังหวัด ประกวด ออกแบบโลโก้โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 


แอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล ต้อนรับเลขาธิการคนใหม่ จูเลีย ซานเชส

แอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล ต้อนรับเลขาธิการคนใหม่ จูเลีย ซานเชส

กรุงโจฮันเนสเบิร์ก 21 มกราคม 2563 – คณะกรรมการองค์การแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่คุณจูเลีย ซานเชส ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการคนต่อไปขององค์การแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล หลังผ่านกระบวนการการคัดเลือกโดยคณะกรรมการจากทั่วโลก

คุณจูเลียมีประสบการณ์ในบทบาทผู้นำในภาคงานพัฒนาระหว่างประเทศ และการทำงานในประเทศกำลังพัฒนาเป็นเวลาหลายปี

เธอดำรงตำแหน่งประธานกรรมการของ Canadian Council for International Co-operation (CCIC) จนถึงปี 2561 ปัจจุบัน คุณจูเลียรับหน้าที่ประธานคณะกรรมการของ CIVICUS องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระหว่างประเทศ

คุณจูเลียทำงานเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคและการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาเป็นเวลากว่า 25 ปี และตลอดการทำงานในสายงานนี้ เธอได้แสดงจุดยืนที่แน่วแน่ในหลักการสตรีนิยมและการทำงานบนพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน

คุณเนียรัดซาย กัมบนซ์วานดา ประธานคณะกรรมการองค์การแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “หลังจากกระบวนการคัดเลือกที่เข้มงวด เรามั่นใจว่าคุณจูเลียคือผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะมาเป็นผู้นำของแอ็คชั่นเอดในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างตอนนี้ เธอจะรับหน้าที่สำคัญในการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแผนยุทธศาสตร์ 2571 ที่ชื่อว่า ‘Action for Global Justice’  และทำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“หลังจากที่โลกก้าวเข้าสู่คริสต์ทศวรรษใหม่ ปัญหาสังคมและความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศกำลังพัฒนาก็ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เห็นตัวอย่างได้จากผู้หญิงและเด็กหญิงจำนวนมากที่กำลังต่อสู้เพื่อสิทธิทางเศรษฐกิจและความเป็นธรรมด้านภาษี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาวะฉุกเฉินต่างๆ ที่มีความรุนแรงยิ่งขึ้นตามมา เรามั่นใจว่าความเป็นผู้นำของคุณจูเลียจะเสริมพลังให้ครอบครัวแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมสำหรับการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มากขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายภารกิจของเรา”

ด้านคุณจูเลีย ซานเชส ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งในเดือนมีนาคมนี้ กล่าวว่า

“ดิฉันรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้มาเป็นส่วนหนึ่งของแอ็คชั่นเอดในฐานะเลขาธิการคนต่อไป และได้ย้ายไปยังสำนักงานใหญ่ขององค์กรที่กรุงโจฮันเนสเบิร์ก”

“เป็นเวลาหลายปีที่ดิฉันได้สนับสนุนการทำงานของภาคประชาสังคม เพื่อให้ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมและกลุ่มประชาชนต่างๆ ได้รับการส่งเสริมและความช่วยเหลือ แอ็คชั่นเอดเป็นหน่วยงานที่ริเริ่มบุกเบิกภารกิจในลักษณะนี้ ดิฉันมีความกระตือรือร้นและมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการทุกท่าน จากทุกภาคส่วนของสหพันธ์แอ็คชั่นเอด เพื่อที่จะทำให้จุดมุ่งหมายของแผนยุทธศาสตร์ 2571 เป็นจริง”

ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 คุณจูเลียจะรับช่วงต่อจากคุณแอน เจลเลอมา ผู้ดำรงตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการขององค์การแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล หลังคุณอาเดรียโน แคมโปลีนา ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการครบสมัยเป็นเวลา 5 ปี

คุณเนียรัดซาย กัมบนซ์วานดา เสริมว่า “ดิฉันและคณะกรรมการ ขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณคุณแอน เจลเลอมา ที่รับหน้าที่รักษาการผู้อำนวยการ องค์การแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ และเป็นผู้นำของพวกเราในช่วงกิจกรรมสำคัญต่างๆ อย่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ และการประชุมภาคีแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 25”


ประวัติ:

จูเลีย ซานเชส เป็นนักพัฒนา เฟมินิสต์ และนักสิ่งแวดล้อมผู้ทำงานเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคและการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาเป็นเวลากว่า 25 ปี

คุณจูเลียเกิดที่ประเทศเปรู โตในกลุ่มประเทศละตินอเมริกาและอเมริกาเหนือ เธอเป็นพลเมืองโลกที่สามารถพูดได้ 3 ภาษา เคยใช้ชีวิตและทำงานในหลายประเทศในทวีปอเมริกา เอเชีย และแอฟริกา

ในช่วงแรกของชีวิตการทำงาน คุณจูเลียทำงานกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระหว่างประเทศสัญชาติแคนาดาเป็นเวลาหลายปี เริ่มต้นด้วยการประจำอยู่ที่ประเทศกัวเตมาลา ต่อมาในประเทศแคนาดา และประเทศเนปาล ในฐานะผู้อำนวยการระดับภูมิภาคขององค์กร ระหว่างปี 2552-2554 เธอทำหน้าที่ผู้ประสานงานรณรงค์ระดับประเทศ ประจำสำนักงานเลขาธิการของ Global Campaign for Climate Action (GCCA) ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงเดลี เธอได้รับเลือกให้เป็นประธานกรรมการของ Canadian Council for International Co-operation (CCIC) ในปี 2554 ซึ่งเธอได้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวไปจนถึงปี 2561 ต่อมาในปี 2562 เธอได้ลงสมัครเลือกตั้งรัฐบาลแคนาดา และทำงานวิจัยเกี่ยวกับการโอนบริการระดับเทศบาลของรัฐเป็นของเอกชน โดยเป็นงานวิจัยของ Canadian Union of Public Employees (CUPE) สหภาพที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศแคนาดา

คุณจูเลียถือเป็นผู้แทนของภาคงานพัฒนาในประเทศแคนาดาและระหว่างประเทศ โดยเธอส่งเสริมนโยบายการพัฒนาที่ก้าวหน้า และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ภาคประชาสังคมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

คุณจูเลียได้เข้าร่วมคณะกรรมการและคณะที่ปรึกษาต่างๆ ในประเทศแคนาดาและต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการเป็นประธานกรรมร่วมของ CSO Partnership for Development Effectiveness (CPDE) ตั้งแต่ปี 2559-2561 ปัจจุบัน คุณจูเลียเป็นประธานกรรมการของ CIVICUS หลังจากดำรงตำแหน่งเหรัญญิกระหว่างปี 2559-2562

คุณจูเลียมีประสบการณ์การออกแบบและบริหารโครงการด้านการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การฟื้นฟู ธรรมาภิบาล การพัฒนาประชาธิปไตย การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน งานอาสาระหว่างประเทศ และงานรณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

คุณจูเลียเป็นนักเศรษฐศาสตร์และนักรัฐศาสตร์ โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์ และปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแม็คกิลล์ เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ คุณเจนน่า พูเดเล็ค (Jenna Pudelek) ห้องข่าวแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ +44 7795642990 หรืออีเมล jenna.pudelek@actionaid.org


แอ็คชั่นเอด เปิดลงทะเบียน ActionAid Virtual Run 2019 วิ่งด้วยกัน Run เพื่อโรงเรียนเล็ก

แอ็คชั่นเอด เปิดลงทะเบียน ActionAid Virtual Run 2019 วิ่งด้วยกัน Run เพื่อโรงเรียนเล็ก

ActionAid Virtual Run 2019 วิ่งด้วยกัน Run เพื่อโรงเรียนเล็ก

ขอเชิญชวน ร่วมกิจกรรม วิ่งการกุศล "ActionAid Virtual Run 2019 วิ่งด้วยกัน Run เพื่อโรงเรียนเล็ก"
ร่วมเป็นหนึ่งพลังสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อสิทธิในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของเด็กไทยทุกคน

 

 

วัตถุประสงค์การจัดงาน

  • เพื่อพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีทักษะการสอนสำหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21
  • ส่งเสริมให้ครู “ปรับห้องเรียน เปลี่ยนการสอน” ให้เหมาะสมกับเด็ก และความต้องการของเด็ก
  • สร้างเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็กที่เข้มแข็ง ทั้งในระดับจังหวัดและระดับภูมิภาค
  • เพิ่มโอกาสและช่องทางสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก ในการร่วมจัดการและกำหนดนโยบายทางการศึกษา

ประเภทกิจกรรม

  • Virtual Run กิจกรรมวิ่งเสมือน วิ่งหรือเดินเก็บระยะที่ไหน ตอนไหนก็ได้

ระยะ

  • 10 กิโลเมตร

ช่วงเวลาเปิดรับสมัคร เก็บระยะ และส่งผลวิ่ง

  • วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 31 ธันวาคม 2562 (23.59 น.)

แพ็คเกจ

ส่วนลดพิเศษ 100 บาท สำหรับช่วงเทศกาลเดือนธันวาคม เพียงสมัครผ่าน https://race.thai.run/ActionaidVirtualRun2019

*ราคาแพ็กเกจ รวมค่าจัดส่งภายในประเทศแล้ว สำหรับการจัดส่งต่างประเทศ บวกค่าจัดส่ง 350 บาท

 

เงื่อนไขกติกาการสมัคร

  • ส่งผลวิ่ง ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ที่ https://vr.thai.run/ActionaidVirtualRun2019
  • เก็บผลวิ่งผ่านแอพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน, อุปกรณ์ที่เป็นนาฬิกา smart watch หรือสามารถวิ่งบนลู่ แล้วถ่ายภาพหน้าจอลู่วิ่งส่งผลได้
  • เมื่อวิ่งครบตามที่กำหนด ท่านจะได้รับของที่ระลึกตามแพ็คเกจที่สมัครไว้ทางไปรษณีย์

การจัดส่งของที่ระลึก

  • ร่วมวิ่ง : จัดส่งหลังจบกิจกรรมภายในเดือนมกราคม 2563 เรียงลำดับตามการส่งผลการวิ่งก่อน-หลัง
  • ไม่วิ่ง : จัดส่งหลังจบกิจกรรมภายในเดือนมกราคม 2563 เรียงลำดับตามผลการชำระเงินก่อน-หลัง

พิเศษ! สำหรับนักวิ่งที่ชำระค่าสมัครวิ่งผ่านบัตร KTC

  • สามารถแลกนับเครดิตเงินคืน 13% ได้ ตั้งแต่วันนี้ - 29 กุมภาพันธ์ 2563 เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ครบทุก 1,000 บาท/เซลส์สลิป + ใช้ทุก 1,000 คะแนน KTC FOREVER
  • ขอสงวนสิทธิ์ แลกคะแนนสะสมไม่เกินยอดใช้จ่าย เฉพาะชำระเต็มจำนวนเท่านั้น)
  • ลงทะเบียนก่อนทำการชำระค่าสมัครวิ่งผ่านบัตรฯ ได้ที่ KTC ตัวจริงเรื่องกีฬา สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ KTC Call Center 02-123-5000

หมายเหตุ: เครดิตเงินคืนจะเข้าบัญชีของสมาชิก 60 วัน นับจากวันสุดท้ายของเดือนที่ทำรายการ

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ActionAid Virtual Run 2019

โทร. 02-279-6601 ถึง 2 ฝ่ายระดมทุน ต่อ 102 (คุณวรรณิษา), ต่อ 110 (คุณกาญจนา)


ร่วมฝ่าวิกฤติ ที่ดิน ไทย ที่มหกรรม “ที่ดินคือชีวิต”

ร่วมฝ่าวิกฤติที่ดินไทย ที่มหกรรม “ที่ดินคือชีวิต”

เนื่องในวาระครบรอบ 44 ปี แห่งการจัดตั้งสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย เครือข่ายขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) ร่วมกับแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย สหภาพยุโรป และองค์กรภาคประชาสังคม จัดมหกรรม “ที่ดินคือชีวิต ฝ่าวิกฤติที่ดินไทย” เพื่อนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาความไม่มั่นคงด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย สร้างพื้นที่รูปธรรมการพัฒนาโดยชุมชน การเสนอมาตรการในเชิงนโยบาย และกฎหมายต่อรัฐบาล เพื่อสร้างหลักประกันให้กับคนทุกคนในสังคมไทย ได้เข้าถึงการมีหลักประกันขั้นพื้นฐานที่จะสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดี และนำสู่การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

พบกันวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 17 – 18 พฤศจิกายน 2561 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เข้าร่วมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพียงลงทะเบียนที่: http://bit.ly/2Opfrix 

ภายในงาน พบกับ:

  • การนำเสนอข้อมูลสถานการณ์ปัญหาที่ดินในประเทศไทยในปัจจุบัน
  • ประวัติศาสตร์การต่อสู้ของสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย
  • การประมวลการต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
  • การนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายในการแก้ปัญหาที่ดิน
  • ผ่านรูปแบบ การปาฐกถา เวทีเสวนา นิทรรศการ “ที่ดินคือชีวิต” ร่วมเดินชมผลผลิตจากพื้นที่ “โฉนดชุมชน”
  • การแสดงดนตรี จากวงคาราวาน โฮป แฟมิลี่ และการแสดงของศิลปินชุมชนต่างๆ
  • ห้องเสวนา “วิชาที่ดินไทย” ใน 6 ประเด็นย่อย
    • ที่ดินสาธารณะประโยชน์
    • ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.)
    • ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และที่ดินอุทยานชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
    • ปัญหาการไร้ที่ดินของกลุ่มชาติพันธุ์
    • ที่ดิน ที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง
    • การสูญเสียที่ดินจากการได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ
  • เวทีเสวนานโยบายที่ดิน ได้แก่
    • เวทีวิชาการ นโยบายโฉนดชุมชน
    • เวทีวิชาการ นโยบายธนาคารที่ดิน
    • เวทีวิชาการ “นโยบายสาธารณะด้านที่ดินและผลกระทบในเขตเศรษฐกิจพิเศษและระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)”

ติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับงาน ที่เพจ Facebook ที่ดินคือชีวิต

ร่วมฝ่าวิกฤติ ที่ดิน ไทย ที่มหกรรม “ที่ดินคือชีวิต”