วันสตรีสากล 2022/2565

แอ็คชั่นเอด-เวสเทิร์น ดิจิตอล ฉลองวันสตรีสากลในกิจกรรม Women's Rights and the Future of Working Women

เนื่องในวันสตรีสากลและเดือนแห่งประวัติศาสตร์สตรี เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2565 มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (WD) หนึ่งในผู้นำด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองบทบาทของผู้หญิงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมการบรรยายหัวข้อ “Women's Rights and the Future of Working Women” (สิทธิสตรีและอนาคตของผู้หญิงทำงาน) โดยมีคุณซินดี้ สิรินยา บิชอพ เป็นวิทยากรรับเชิญพิเศษ

กิจกรรมครั้งนี้เป็นการร่วมงานกันอีกครั้งระหว่างมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย และ บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล หลังวันสตรีสากลปี 2564 ที่เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง (Safe Cities for Women) จัดเวิร์คช็อปออนไลน์สร้างความตระหนักเกี่ยวกับประวัติศาสตร์วันสตรีสากลและปัญหาการคุกคามทางเพศ สำหรับพนักงานเวสเทิร์น ดิจิตอล ทั้งหญิงและชายกว่า 200 คน

ในปี 2565 นี้ บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล มุ่งเน้นไปที่บทบาทของผู้หญิงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเสริมพลังของผู้หญิงในสถานการณ์โควิด-19 จึงได้นำเสนองานของ We.WIN (Women’s Impact Network) เครือข่ายในองค์กรที่จัดพื้นที่ให้พนักงานหญิงแลกเปลี่ยนประสบการณ์และทำกิจกรรมพัฒนาศักยาภาพร่วมกัน พร้อมไฮไลท์ของงานอย่างการบรรยายหัวข้อ “Women's Rights and the Future of Working Women” โดยคุณซินดี้ สิรินยา บิชอพ นักแสดง นางแบบ พิธีกร และทูตสันถวไมตรีของ UN Women ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ผู้ริเริ่มการรณรงค์ยุติการคุกคามทางเพศ #DontTellMeHowToDress

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนับ 450 คน รับฟังและพูดคุยกับวิทยากรในหัวต่าง ๆ อาทิ ภาพรวมปัจจุบันของสิทธิสตรีในประเทศไทย บทบาทของผู้หญิงในตลาดแรงงาน ในฐานะผู้นำทางการเมืองและเศรษฐกิจ และบทบาทในสังคม รวมถึงคำแนะนำและข้อคิดดี ๆ ที่ผู้หญิงทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ในโลกของการทำงานและชีวิตส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์โรคระบาด ที่หลายคนอาจรู้สึกหมดพลังหรือพบกับความยากลำบากอื่น ๆ

ในประเด็นการเสริมพลังของผู้หญิง และผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้นในสังคม คุณซินดี้กล่าวว่า ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของผู้ชายด้วย ซึ่งอาจจะไม่ใช่ในลักษณะของการกระทำที่ “ช่วยให้ผู้หญิงมีพลัง” อย่างชัดเจน แต่เป็นสิ่งที่พบและทำได้ในชีวิตประจำวัน เช่น เมื่อทำงานร่วมกัน ควรปฏิบัติต่อเพศชายและหญิงโดยให้เกียรติกันอย่างเท่าเทียม ไม่พูดตัดเพื่อนร่วมงานหญิงในที่ประชุม เป็นต้น ในด้านชีวิตครอบครัว ผู้ชายก็ควรเลี้ยงลูกและทำงานบ้านในสัดส่วนที่เท่า ๆ กัน ไม่ควรให้เป็นหน้าที่ของภรรยาเพียงผู้เดียว คุณซินดี้ทิ้งท้ายว่า ความเท่าเทียมทางเพศเป็นสิ่งที่เราต้องสนใจ เพราะการขับเคลื่อนประเด็นนี้ไม่ได้เพียงส่งผลดีต่อผู้หญิงคนใดคนหนึ่ง แต่ส่งไปถึงคนรอบข้างทุกเพศและทุกคนในสังคม


COVID-19: เมื่ออยู่บ้านให้ปลอดไวรัส ไม่ได้แปลว่า "ปลอดภัย"

ปลอดจากไวรัส แต่ก็ยังไม่ “ปลอดภัย”?

การ #อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อสังคม เป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยลดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ควบคู่ไปกับการปิดห้างร้าน-สถานที่สาธารณะหลายประเภท และการเลื่อนเปิดภาคการศึกษาใหม่เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563

แต่ในระยะห่างที่ทำให้เราทุกคนอยู่ไกลโรค มีผู้หญิง เด็ก และคนกลุ่มเปราะบางจำนวนมากที่กำลังเผชิญกับความรุนแรงจากคนใกล้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่กับคู่รัก หรือสมาชิกในครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงเป็นประจำ สภาวะล็อคดาวน์ทำให้พวกเขาไม่สามารถเลี่ยงผู้กระทำความรุนแรง หรือออกไปขอความช่วยเหลือจากศูนย์ให้บริการต่าง ๆ ได้

ในครัวเรือนอื่นที่ไม่เคยมีการใช้ความรุนแรงมาก่อน ความตึงเครียดจากผลกระทบทางเศรษฐกิจของการตกงานกะทะหัน หรือระยะเวลาการปิดภาคเรียนที่นานขึ้น อาจเป็นตัวกระตุ้นที่ก่อให้เกิดการกระทบกระทั่ง ความเครียดยังนำไปสู่การบริโภคแอลกอฮอลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชนวนของความรุนแรง เราจะเห็นว่ามีงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของการดื่มสุรากับความรุนแรงในครอบครัว

สถิติเหตุความรุนแรงในครอบครัวในเดือนมีนาคม 2563 มีจำนวน 154 ราย
เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ ที่มีจำนวน 144 ราย

Photo: Abbie Trayler Smith/ActionAid

กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เผยว่า สถิติเหตุความรุนแรงในครอบครัวในเดือนมีนาคม 2563 มีจำนวน 154 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ ที่มีจำนวน 144 ราย และเดือนมีนาคม 2562 ที่มีจำนวน 140 ราย

มีความเป็นไปได้ว่า ตัวเลขจะเพิ่มสูงขึ้นสำหรับช่วงเดือนเมษายนที่มาตรการการกักตัวถูกปรับใช้อย่างเข้าที่มากขึ้นในทุกจังหวัด ขณะเดียวกัน จำนวนเหตุที่ได้รับการรายงานอาจไม่สะท้อนความรุนแรงทั้งหมดที่เกิดขึ้น เนื่องจากผู้ที่แจ้งเหตุความรุนแรงมักเป็นคนนอก เช่น ครู หรือเพื่อน เมื่อโรงเรียนถูกปิดนานขึ้นอีก 2 เดือน เด็กที่ประสบความรุนแรงในบ้านไม่มีโอกาสหรือช่องทางบอกใครได้เมื่อเกิดปัญหา

จากการสำรวจเครือข่ายโรงเรียนที่มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ทำงานด้วย พบว่า โรงเรียนพบข้อจำกัดหลายด้านในการช่วยสอดส่องดูแลความปลอดภัยของเด็ก ๆ และกลุ่มเปราะบางในครอบครัว

จากการสำรวจเครือข่ายโรงเรียนที่มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ทำงานด้วย พบว่า โรงเรียนพบข้อจำกัดหลายด้านในการช่วยสอดส่องดูแลความปลอดภัยของเด็ก ๆ และกลุ่มเปราะบางในครอบครัว รวมไปถึงองค์ความรู้ความเข้าใจต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับปัญหาความรุนแรง เช่น การรับมือกับเหตุ กระบวนการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำ และการเสริมสร้างความตระหนักในชุมชน ซึ่งในช่วง 2-3 เดือนต่อไปนี้ มูลนิธิฯ จะสนับสนุนเครือข่ายโรงเรียนเพื่อให้ความรู้ในการรับมือภาวะวิกฤติ COVID-19 และการฟื้นตัวของชุมชนหลังภาวะวิกฤติโดยมีฐานคือโรงเรียน (School Safety Initiative)

ในช่วงนี้ หากใครประสบ หรือพบเห็นความรุนแรงในครอบครัว ขอให้รีบโทรแจ้ง 1300 ศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ 1323 บริการปรึกษาสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณะสุข สายด่วนฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

หากสายไม่ว่างเนื่องจากมีการติดต่อเข้าไปเป็นจำนวนมาก สามารถโทรขอความช่วยเหลือโดยตรงจากหน่วยงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกจังหวัด ซึ่งทาง มายซิส MySisBot ได้ทำ mapping รวบรวมข้อมูลติดต่อและพิกัดที่ตั้งของหน่วยงานเหล่านี้ไว้ในแผนที่ด้านล่าง

อ้างอิงข้อมูล:
https://www.prachachat.net/general/news-444654
https://www.matichon.co.th/lifestyle/social-women/news_2138524
https://tdri.or.th/2020/04/domestic-violence-victims-during-covid19


วันสตรีสากล International Women's Day 2020

ร่วมเฉลิมฉลองและยืนหยัดเพื่อความเท่าเทียมในวันสตรีสากล 2020

ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา การนัดหยุดงานประท้วงเป็นยุทธวิธีที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง วันสตรีสากลไม่ใช่แค่กลยุทธ์ทางการตลาดที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกสวยงามขึ้น หากเป็นวันที่ผู้หญิงต้องลุกขึ้นยืนหยัดและประท้วง เสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม 2563 นี้ เราขอชวนทุกคนน้อมรำลึกประวัติศาสตร์ร่วมกัน ฟื้นฟูศักดิ์ศรีของวันสตรีสากล และฟื้นฟูพลังของขบวนการสตรี เพื่อเรียกร้องสิทธิมนุษยชนของเรา เราเชื่อว่าทุกคนบนโลกควรได้รับสิ่งต่อไปนี้อย่างเท่าเทียมกัน

      • งานที่มีคุณค่าและค่าจ้างที่อยู่ได้

      • ยุติความรุนแรงเนื่องจากเหตุทางเพศสภาพ

      • การเข้าถึงทรัพยากร อำนาจ และโอกาสอย่างเป็นธรรม

      • อธิปไตยด้านอาหาร (เกษตรกรรายย่อย ประชาชนผู้ผลิตและผู้บริโภคควรกำหนดกลไกและนโยบายการผลิตและกระจายอาหาร ไม่ใช่อำนาจทุน)

จะร่วมเรียกร้องและแสดงพลังได้อย่างไรบ้าง?

1. โพสต์ภาพถ่าย หรือภาพที่แสดงถึงความเท่าเทียมลงสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter หรือ Instagram พร้อมใส่แคปชั่นระบุเหตุผลที่สนับสนุน หรือต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม ติดแฮชแท็ก #IWD2020 #WomensGlobalStrike #StoptheWorld #AllWomenWork


2. เข้าร่วม Women’s Global Strike การสไตรค์ของผู้หญิง 

โพสต์รณรงค์ทางสื่อสังคมออนไลน์ และร่วมกันหยุดงาน หรือลดการทำงานในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม นี้ ทั้งงานในบ้านและนอกบ้าน เพื่อรำลึกถึงที่มาและต้นกำเนิดของวันสตรีสากลที่นำโดยกรรมกรหญิงที่นัดหยุดงานเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า "เมื่อผู้หญิงหยุด โลกก็หยุดด้วย"! อย่าลืมติดแฮชแท็ก #IWD2020 #WomensGlobalStrike #StoptheWorld #AllWomenWork

แถลงการณ์ของ Women's Global Strike

พวกเราซึ่งเป็นองค์กรและเครือข่ายที่ทำงานเรื่องสิทธิผู้หญิง เรียกร้องให้มีการนัดหยุดงานของผู้หญิงทั่วโลกในวันที่ 8 มีนาคม 2563 เราขอเชิญชวนทุกคนที่สนับสนุนสิทธิเท่าเทียมของผู้หญิงและข้อเรียกร้องของพวกเราให้ร่วมกันหยุดทำงานด้วยในวันนั้น เพื่อรำลึกถึงที่มาและต้นกำเนิดของวันสตรีสากลที่นำโดยกรรมกรหญิงที่นัดหยุดงานในประวัติศาสตร์ และเพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า เมื่อผู้หญิงหยุด โลกก็หยุดด้วย

เหตุใดจึงต้องทำเช่นนี้?

เพราะรัฐบาลของพวกเราที่สัญญาว่าจะนำมาซึ่งความเท่าเทียม การพัฒนาและสิทธิมนุษยชนของผู้หญิงและประชาชน ล้มเหลวในการผลักดันเรื่องดังกล่าว หากแต่ช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยกลับขยายตัวมากขึ้น ความไม่เท่าเทียมในหลายประเด็นเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าผู้หญิงจะเป็นผู้สร้างความมั่งคั่งส่วนใหญ่ แต่ผู้หญิงกลับได้รับส่วนแบ่งเพียงเล็กน้อย พวกเราอาศัยอยู่ในระเบียบเศรษฐกิจที่เอาเปรียบผู้หญิง แสวงหาประโยชน์จากผู้หญิงที่ต้องทำงานเพื่อดูแลคนอื่นโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน หรือได้รับค่าตอบแทนน้อย หรือได้รับค่าตอบแทนต่ำจากงานแบบอื่น รวมทั้งงานที่เสี่ยงอันตราย

เพราะว่าความโลภของบริษัทพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ทำลายสิ่งแวดล้อม และผู้หญิงกลายเป็นคนแบกรับผลกระทบส่วนใหญ่จากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศเนื่องจากเสี่ยงด้านต่างๆที่เพิ่มขึ้น เราต้องเดินทางไกลขึ้นเพื่อไปตักน้ำ ถูกบังคับให้ต้องอพยพย้ายถิ่น ต้องประสบภัยจากอันตรายด้านสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ จากน้ำทะเลที่ความเป็นเกลือเข้มข้นขึ้น จากน้ำทะเลที่หนุนสูงขึ้น อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง และภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นถี่มากขึ้น

เพราะผู้หญิงทั่วโลกยังคงต้องทำงานดูแลคนอื่นและทำงานบ้านมากขึ้น เป็นงานที่ไม่มีคนเหลียวแล ไม่มีใครให้คุณค่า เป็นงานที่ไม่ได้ถูกรวมไว้ในการคำนวณผลผลิตมวลรวมประชาชาติ แม้ว่าเศรษฐกิจไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้หากขาดผู้ทำงานเหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่น ในเอเชียแปซิฟิก ผู้หญิงต้องทำงานดูแลโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน มากกว่าผู้ชายถึงสี่เท่า มากกว่าผู้หญิงในพื้นที่อื่นของโลก ช่องว่างของรายได้ระหว่างเพศหญิงและเพศชายในหลายประเทศยังคงหยุดนิ่ง ซ้ำร้ายยังดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นด้วย

ปี 2563 ในโอกาสครบรอบ 25 ปีของการแสดงพันธกิจที่มีต่อสิทธิสตรีในการประชุมระดับโลกว่าด้วยผู้หญิงครั้งที่ 4 หรือที่เรียกว่า เวทีปฏิบัติการกรุงปักกิ่ง ถึงเวลาที่เราต้องรวมตัวกัน จากหลายรุ่นคน จากหลากหลายขบวนการ ยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างกัน และทำให้โลกต้องหยุดนิ่งในวันนี้

womensglobalstrike.com

ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็แสดงพลังเพื่อความเท่าเทียมได้เหมือนกัน สะกิดบอกเราในคอมเมนต์ หรือแท็ก @ActionAidThailand ในโพสต์ด้วยก็ได้นะ!


ทีมเผือก-จับมือ-บขส

#ทีมเผือก จับมือ บขส. อบรมพนักงาน ยุติการคุกคามทางเพศบนรถโดยสาร

ไม่ว่าจะเดินทางเส้นทางไหน ขนส่งสาธารณะประเภทใด ก็ต้องปลอดภัย

วันที่ 22 พฤศจิกายน เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จัดงานแถลงข่าว “บขส. มอบของขวัญปีใหม่ ยกขบวนชวนพนักงานเผือก เพื่อสร้างรถทัวร์ปลอดภัยไร้การคุกคามทางเพศ” ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ หมอชิต

ถือเป็นความสำเร็จก้าวใหญ่อีกก้าวของเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง ซึ่งประกอบด้วยแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย, แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ, มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เครือข่ายสลัมสี่ภาค และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายในเวลา 5 เดือนหลังจากการพบกันครั้งแรกเพื่อพูดคุยถึงมาตรการการเปลี่ยนแปลง วันนี้สมาชิกเครือข่ายฯ และบขส. ได้นำเสนอความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรกระหว่างภาคประชาสังคมและหน่วยงานขนส่งสาธารณะ ในการยุติการคุกคามทางเพศบนรถโดยสารสาธารณะ

 

Photo: Burassakorn Gitipotnopparat / ActionAid

 

ในงาน มีการเปิดตัวการอบรมพนักงานขับรถและต้อนรับของบขส. ให้มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะในการป้องกันและจัดการกับปัญหาเมื่อผู้โดยสารประสบเหตุคุกคามทางเพศ โดยในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา มีการอบรมพนักงาน #เผือก ไปแล้วกว่า 70 คน

ทั้งนี้ยังจัดทำสื่อการเรียนรู้อื่นๆ สำหรับพนักงานของ บขส. ที่ยังไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมการอบรม และพนักงานขนส่งสาธารณะของหน่วยงานอื่นๆ หรือประชาชนทั่วไป ได้แก่ “คู่มือเผือก: หยุดการคุกคามทางเพศสำหรับพนักงานขนส่งสาธารณะ” เว็บไซต์ teampueak.org ซึ่งหมายให้เป็นช่องทาง E-learning ที่ทุกคนสามารถเข้าไปเพื่อเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยมีการแบ่งอินเตอร์เฟซสำหรับพนักงานรถโดยสารโดยเฉพาะ และบุคคลทั่วไปที่ต้องการเป็นหนึ่งใน #ทีมเผือก ที่ช่วยสอดส่องความปลอดภัยของเพื่อนร่วมทาง นอกจากนี้ ยังมีภาพยนตร์สั้นรณรงค์ ที่จะฉายบนรถโดยสารของ บขส. ให้ผู้โดยสารตระหนักและรับรู้แนวทางการรับมือปัญหาการคุกคามทางเพศ

แน่นอนว่างานของเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงไม่หยุดอยู่เพียงที่การเดินทางในช่วงปีใหม่และรถทัวร์โดยสารอย่างแน่นอน สมาชิกได้เตรียมขยายงานรณรงค์และฝึกอบรมพนักงานในลักษณะเดียวกันไปยังหน่วยงานขนส่งสาธารณะอื่นๆ ต่อไป เพื่อทำให้การเดินทางบนรถสาธารณะและพื้นที่สาธารณะปลอดภัยสำหรับผู้หญิง ซึ่งจะทำให้ปลอดภัยสำหรับทุกคนในที่สุด

 

Photo: Burassakorn Gitipotnopparat / ActionAid
Photo: Burassakorn Gitipotnopparat / ActionAid

 


ทีมเผือก ฝึกป้องกันตัว-แทรกแซง เพื่อความปลอดภัยจากการคุกคามทางเพศ

#ทีมเผือก ฝึกป้องกันตัว-แทรกแซง เพื่อความปลอดภัยจากการคุกคามทางเพศ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2561 เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง (Safe Cities for Women) นำโดยแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย, แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สสส., มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และเครือข่ายสลัมสี่ภาค ร่วมกับแคมเปญ #DontTellMeHowToDress และ JDT Combative จัดเวิร์คช็อป “Self-Defense Lab ปฏิบัติการเผือก เพื่อเพื่อนรอด เราปลอดภัย” ฝึกศิลปะการป้องกันตัว-ช่วยเหลือเพื่อนร่วมทางที่ประสบเหตุคุกคามทางเพศ

Photo: Safe Cities for Women

อีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ จากเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง จัดขึ้นที่ครอสโอเวอร์ยิม สเตเดียมวัน จุฬาลงกรณ์ซอย 6 งานนี้ #ทีมเผือก หรือประชาชนผู้ร่วมพลังต่อต้านการคุกคามทางเพศบนรถสาธารณะ จากทั่วประเทศไทยเดินทางมาเข้าร่วม และแสดงพลังเปิดตัวสมาชิกแบบออฟไลน์เป็นครั้งแรก

คุณรุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบายองค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย และคุณวราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ และก้าวต่อไปในการแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศบนรถสาธารณะ โดยกล่าวว่ามีการนำเสนอประเด็นนี้เป็นวงกว้างมากขึ้น ประสบการณ์หรือวิธีเผือกที่สมาชิกทีมแชร์ในเพจเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง ถูกนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อหลักอยู่ตลอด เพื่อสร้างความตระหนักในสังคม หรือให้ความรู้ และความกล้าแก่ผู้ที่อาจจะยังไม่รู้จักงานรณรงค์นี้

Photo: Safe Cities for Women
Photo: Safe Cities for Women

สำหรับก้าวต่อไป ทีมเผือกหวังว่าจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และจะดำเนินการขยายผลต่อในระดับนักเรียนมัธยม เพื่อให้เยาวชน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายของภัยคุกคาม มีความเข้าใจการคุกคามทางเพศ รู้วิธีช่วยเหลือตัวเองหากตกอยู่ในสถานการณ์ รวมถึงรู้วิธีแทรกแซงช่วยเหลือผู้อื่น ในเชิงนโยบาย เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงได้รับการตอบรับ และร่วมมือขจัดปัญหาจากกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานขนส่งสาธารณะต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่จะจัดการอบรมเจ้าหน้าที่ ติดตั้งกล้องวงจรปิดบนรถโดยสารรุ่นใหม่ เผยแพร่สื่อรณรงค์บนรถโดยสาร และจัดตั้งช่องทางการแจ้งเหตุ-ร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ

ด้านคุณซินดี้ สิรินยา บิชอพ นางแบบ นักแสดง และพิธีกรกล่าวถึงการเข้ามาร่วมทำงานกับทีมเผือก เน้นย้ำว่าต้องทำให้สังคมตระหนักเรื่องนี้มากขึ้น และเสริมว่าปัญหาของการคุกคามทางเพศไม่ได้มีเหตุจากการแต่งตัวของผู้หญิง แต่เป็นเรื่องของมายาคติเพศ และอำนาจ ที่ผู้คุกคาม ซึ่งมักเป็นเพศชาย คิดว่าตนมีเหนือผู้ถูกกระทำ และคิดว่าตนได้รับการยกเว้นจากผลของการกระทำ ประเด็นนี้เป็นหัวใจของแคมเปญ #DontTellMeHowToDress ที่เธอเริ่มขึ้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยได้รับฉายาว่าเป็นกระแส #MeToo และ #TimesUp ของประเทศไทย

Photo: Safe Cities for Women

ในช่วงของเวิร์คช็อป Self-Defense Lab คุณกิตติเชษฐ์ มายะการ ผู้เชี่ยวชาญและหัวหน้าทีมฝึกจาก JDT Combative เริ่มบทเรียนด้วยการสังเกตและเฝ้าระวังภัยคุกคาม เทคนิคการประเมินสถานการณ์ และการรับมือกับผู้กระทำในฐานะผู้ถูกกระทำและผู้อยู่ในเหตุการณ์ เช่น รับมือสถานการณ์ในระดับต้น หรือระดับเดียวกันกับสิ่งที่เกิดขึ้น คือ ชี้ไปที่การกระทำของผู้คุกคาม แต่ไม่ตีตราว่าเป็น “โรคจิตหรือเปล่า” เพราะจะทำให้ประเด็นเปลี่ยน หรืออาจพูดผ่านผู้กระทำว่า “คุณคิดคุณว่ากำลังทำอะไรอยู่” เพื่อเรียกสายตาของคนรอบข้าง ซึ่งสามารถทำให้ผู้กระทำตกใจและหยุดพฤติกรรมได้

สำหรับเหตุที่ผู้ถูกกระทำ หรือผู้เข้าแทรกแซงจำเป็นต้องเข้าปะทะกับผู้กระทำ คุณกิตติเชษฐ์ และทีมครูฝึก ได้สอนเทคนิคพื้นฐาน ที่มีจุดประสงค์เพื่อสร้างโอกาสและเวลาในการนำตัวเองออกมาจากสถานการณ์ เช่น การตั้งการ์ดที่สามารถทำต่อเนื่องกับท่าป้องกันและโจมตีอื่นๆ หรือการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ผิดกฎหมายและใช้ป้องกันตัวได้ดีอย่างปากกา และไฟฉาย เป็นต้น

Photo: Safe Cities for Women

แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย หวังว่าเวิร์คช็อปนี้ จะเป็นเพียงกิจกรรมแรกของอีกหลายๆ กิจกรรม ที่รวมตัวสมาชิกทีมเผือกเพื่อเรียนรู้ และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสังคม ติดตามข่าวสารของเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง ที่ https://www.facebook.com/SafeCitiesforWomen และเข้าร่วมเป็นสมาชิกทีมเผือก ที่กลุ่ม https://www.facebook.com/groups/teampueak

Photo: Safe Cities for Women
Photo: Safe Cities for Women
Photo: Safe Cities for Women

แอ็คชั่นเอด ลงใต้ ขยายผลงานส่งเสริมศักยภาพและเศรษฐกิจของผู้หญิง

แอ็คชั่นเอด ลงใต้ ขยายผลงานส่งเสริมศักยภาพและเศรษฐกิจของผู้หญิง

วันที่ 26-28 กันยายน แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ลงพื้นที่ชายแดนใต้ เพื่อดำเนินงานส่งเสริมศักยภาพและเศรษฐกิจของผู้หญิงในพื้นที่ใหม่ เราเดินทางไปยังสามชุนชนในจังหวัดนราธิวาสและปัตตานี เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการรูปแบบต่างๆ โดยเข้าใจบริบททางภูมิรัฐศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และเห็นถึงปัญหาและความท้าทายต่างๆ ที่ชุมชนประสบ

จุดหมายแรกคือ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส แอ็คชั่นเอด ประเทศไทยร่วมพูดคุยกับคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์อิตตีฮาดและสหกรณ์ลอยฟ้าบ้านชุมบก และมองเห็นปัจจัยต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานของกลุ่ม เช่น การขาดแรงงานที่มีทักษะหรือความเชี่ยวชาญในเรื่องหนึ่งๆ สภาพการเงินที่ไม่คล่อง การแทรกแซงของรัฐ เป็นต้น

Photo: Varisa Sinthusake

สำหรับพื้นที่บ้านหมู่ 1 อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส สมาชิกชุมชนได้รวมตัวกันเพื่อก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์ และวิสาหกิจขนาดย่อมเพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่ชุมชน เพิ่มเติ่มจากการทำสวนยางซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลัก โดยมีทั้งการทำสวนพริกไทยดำและมะนาวขนาดเล็ก และการทำเบเกอรี่และขนมไทยตามสั่งของกลุ่มผู้หญิง ตัวแทนกลุ่มได้นำเสนอผลการดำเนินงานของกลุ่มในที่ประชุม รวมถึงอภิปรายวิธีที่จะเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจและทำให้วิสาหกิจเติบโตยิ่งขึ้น ได้แก่ การสำรวจตลาด การเข้าถึงที่ดินมากขึ้น การพัฒนาทักษะแรงงาน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประจำท้องถิ่น

อีกหนึ่งกลุ่มที่แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ได้พูดคุยด้วยคือชาวบ้านหญิงบ้านโคกโพธิ์ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ที่รวมกลุ่มกันทำน้ำมันมะพร้าว น้ำยาล้างจาน สบู่ก้อน และผลิตภัณฑ์ดูแลตนเองต่างๆ ด้วยระยะทางที่ไกลออกมาจากอำเภอเมือง กลุ่มผู้หญิงบ้านโคกโพธิ์จึงพบอุปสรรคด้านการเดินทาง และการขนส่งในบางครั้งเมื่อมีงานออกร้าน หรือเทศกาลต่างๆ ในตัวเมือง อย่างไรก็ตาม พวกเขากำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตรงกับความต้องการของตลาด อีกทั้งมีโอกาสทางการค้าที่มากขึ้น หลังจากชาวต่างชาติเข้ามาทาบทามเกี่ยวกับส่งออกผลิตภัณฑ์ไปต่างประเทศ ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการผลิตเพื่อส่งออกในอนาคต กลุ่มต้องมีการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ และทำให้ผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์ของตราสินค้าได้มาตรฐานตามที่อุตสาหกรรมกำหนด

Photo: Varisa Sinthusake

จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย เห็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะสร้างความแข็งแกร่งของกลุ่มและเครือข่ายผู้หญิง และช่วยพัฒนาศักยภาพของสมาชิกเพื่อการเสริมสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวของพวกเขา เราตั้งมั่นที่จะสนับสนุนแต่ละกลุ่มในการบรรลุเป้าหมายของตนอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการเข้าถึงที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ การหาช่องทางทางการตลาด การพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด หรือการฝึกอบรมทักษะทางวิชาชีพ เป็นต้น โดยเรายังคงร่วมงานกับเครือข่ายชุมชนศรัทธา (มชท.) เครือข่ายชุมชนที่สนับสนุนโครงการส่งเสริมศักยภาพผู้หญิงในชุมชนห่างไกล หรือชุมชนที่ถูกทอดทิ้งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ติดตามความก้าวหน้าของโครงการผ่านทางเว็บไซต์ และช่องทางต่างๆ ของเรา