เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าของกิจกรรม กับมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ หนึ่งในภาคีภายใต้โครงการที่ดินคือชีวิต และโครงการอียูรับมือโควิด เนื่องในโอกาสเดินทางไปปฏิบัติงานในจังหวัดเชียงใหม่

ระหว่างวันที่ 17 – 19 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ฯพณฯ นายเดวิด เดลี เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย มีภารกิจเดินทางปฏิบัติหน้าที่ที่จังหวัดเชียงใหม่ จึงถือโอกาสประชุมพบปะมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือและมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ภาคีภายใต้โครงการที่ดินคือชีวิต และโครงการอียูรับมือโควิด ที่สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป เพื่อติดตามความคืบหน้า และความสำเร็จต่าง ๆ ที่สำคัญของทั้งสองโครงการ ณ สมาคมฝรั่งเศส จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ ตัวแทนจากทั้งสองมูลนิธิยังได้นำเสนอถึงความท้าทายในการจัดกิจกรรมภายใต้สถานการณ์ของโควิด-19 ทั้งสิ้น 3 ประเด็น ดังนี้

1. การรับมือและจัดกิจกรรมในสถานการณ์โควิด-19 ชุมชนมีความกลัวเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัส ทำให้มีการปิดชุมชนและไม่กล้ามาร่วมกิจกรรมนอกชุมชน ทำให้ทีมงานต้องทำงานผ่านทางออนไลน์ ต้องเรียนรู้การทำงานในสถานการณ์การรแพร่ะบาดของไวรัสไปพร้อมกับการปฏิบัติการ

2. การเก็บและนำส่งข้อมูลพื้นฐานของชุมชนมีความยากลำบากเพราะชุมชนไม่สามารถออกนอกพื้นที่มาส่งข้อมูล การประมวลข้อมูลต้องทำเองไม่สามารถใช้โปรแกรมช่วยเพราะข้อมูลไม่สมบูรณ์และคนเก็บข้อมูลไม่มีความเข้าใจคำถาม

จึงเกิดเป็นข้อเสนอแนะให้มีการปรับปรุงแบบฟอร์มในการเก็บข้อมูลเพื่อสามารถลงระบบประมวลผลได้ และในอนาคตให้ทำความเข้าใจเรื่องคำถามกับคนเก็บข้อมูลก่อน

3. มีการเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่นตั้งแต่ต้นปี 2564 จึงทำให้ไม่สามารถทำงานได้ตามแผนงาน เพราะมีการเปลี่ยนทีมงานและผู้บริหารในท้องถิ่นทุกระดับ และเกิดความท้าทายในการทำให้แผนของชุมชนเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานราชการและท้องถิ่น จึงเกิดเป็นข้อเสนอแนะ เช่น การดึงท้องที่ท้องถิ่นมาร่วมกิจกรรมกับชุมชน, มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือต้องพัฒนาเป็นสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการจัดการและรับมือกับภัยพิบัติในเขตภาคเหนือ โดยเฉพาะการจัดการไฟป่า, และยกระดับการใช้เครื่องมือสื่อสารของอาสาสมัคร เช่น การใช้ Walkie-Talkie เป็นต้น

หลังจบกิจกรรม ทางทีมได้สรุปวางแผนจัดถอดบทเรียนโครงการของมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ และดำเนินการกิจกรรมต่อเนื่อง รวมไปถึงการขยายเวลาและงบประมาณให้เหมาะสม เพื่อให้มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือสามารถบรรลุเป้าหมายของโครงการได้ ทั้งนี้ คุณอรุณศิริ โพธิ์ทอง ผู้บริหารโครงการ สหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ได้ส่งอีเมลแจ้งว่า เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ประทับใจกับผลงานที่ภาคีได้ทำในพื้นที่แนวหน้าร่วมกับกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างมาก พร้อมชื่นชมความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของทุกคนที่ทำงานให้แก่กลุ่มเปราะบางชายขอบต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทที่ท้าทายเช่นนี้อีกด้วย

เกี่ยวกับโครงการอียูรับมือโควิด

สหภาพยุโรป ให้การสนับสนุนมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย และองค์กรภาคประชาสังคม เปิดตัวโครงการรับมือและฟื้นฟูผลกระทบโควิด-19 ในประเทศไทย ด้วยงบประมาณ 2.6 ล้านยูโร หรือประมาณ 90 ล้านบาท โดยมีจุดมุ่งหมายในการเพิ่มความสามารถและการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมของไทย ที่จะช่วยลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีต่อสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจของกลุ่มประชากรเปราะบางที่สุดในประเทศ ทั้งสองโครงการมีระยะเวลาการดำเนินงานเป็นเวลา 2 ปี และปฎิบัติงานโดยภาคีขององค์กรภาคประชาสังคมในประเทศไทย โดยมีส่วนประกอบหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด การฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนโดยการพัฒนาการดำรงชีพของชุมชนที่ได้ผลกระทบให้ดีขึ้น และการสร้างความสามารถในการยืดหยุ่นของชุมชนในการรับมือวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

องค์กรหลักในการดำเนินงานของโครงการระดับประเทศคือ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย โดยร่วมกับองค์กรภาคี อีก 10 องค์กร โดยมีพื้นที่ในการปฏิบัติงานในเกือบ 40 จังหวัด และจะทำงานกับภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ เช่น แรงงานข้ามชาติ และแรงงานนอกระบบ เด็ก และประชาชนชายขอบ ซึ่งครึ่งหนึ่งของผู้ที่ได้รับผลกระทบนี้เป็นผู้หญิง

เกี่ยวกับสหภาพยุโรปในประเทศไทย (European Union in Thailand)

สหภาพยุโรป (อียู) เป็นการรวมตัวในลักษณะสหภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศในทวีปยุโรป มีสมาชิกในปัจจุบันจำนวน 27 ประเทศ ประเทศสมาชิกได้ร่วมกันสร้างภูมิภาคที่มีความมั่นคง เป็นประชาธิปไตย และมีการพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ยังรักษาความหลากหลายทางวัฒนธรรมของประเทศสมาชิก เปิดกว้างในการยอมรับซึ่งกันและกัน และเคารพเสรีภาพของประชาชน ในปี 2555 (ค.ศ. 2012) สหภาพยุโรปได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เนื่องจากเป็นองค์กรที่ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ ความสมานฉันท์ ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนในยุโรป

สหภาพยุโรปเป็นสมาคมทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงเป็นแหล่งทุนและเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ นอกจากนี้สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกยังเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (Official Development Assistance) รายใหญ่ที่สุดในโลก โดยที่มูลค่าการให้ความช่วยเหลือรวมกันเกินครึ่งหนึ่งของยอดรวมทั้งโลก

เกี่ยวกับแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย (ActionAid Thailand)

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในปี 2544 เราคือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งเน้นให้ประชากรที่ประสบความยากจนและการกีดกันทางสังคม พัฒนาศักยภาพด้านสิทธิมนุษยชน เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วม และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของตน เราเชื่อในพลังของผู้คนที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อตนเองและสังคม เราจึงสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ถูกกีดกันทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิง เยาวชน และคนยากจน ตระหนักถึงศักยภาพของตน เข้าใจในสิทธิ์ที่ตนพึงจะมี และใช้ชีวิตอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี

เราทำงานเป็นพันธมิตรร่วมกับชุมชน องค์กรประชาสังคม กลุ่มและเครือข่ายผู้หญิง กลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคม สถาบันการศึกษาและการวิจัย หน่วยงานรัฐในระดับต่างๆ สื่อ ฯลฯ และขยายผลโครงการของเราในระดับท้องถิ่น การจับมือกับพันธมิตรและรวมพลังเป็นหนึ่ง เปิดโอกาสให้กลุ่มคนที่เคยถูกละเลยและกีดกัน สามารถนำเสนอประเด็นปัญหาของพวกเขา เข้ามารณรงค์ ขับเคลื่อนนโยบาย และสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียม ชอบธรรม และยั่งยืน


สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

สุริยะ ผ่องพันธุ์งาม (เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารโครงการอียูรับมือโควิด)
อีเมล suriya.phongphunngam@actionaid.org
โทร 0631931556

Infographic: https://actionaid.or.th/eu-covid-19-response-recovery
Facebook: โครงการอียูรับมือโควิด EU Covid-19 Response and Recovery Project
Instagram: @eucovid19response_thailand
YouTube: อียูรับมือโควิด