กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาศักยภาพองค์กรภาคประชาสังคมเพื่อหนุนเสริมกลุ่มคนชายขอบให้เข้าถึงบริการสาธารณะและรับมือกับสภาวะโลกร้อน

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2567 ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และผู้แทนจากองค์กรภาคประชาสังคม ได้แก่ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) มูลนิธิชุมชนไท มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ผนึกความร่วมมือภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพองค์กรภาคประชาสังคมเพื่อหนุนเสริมกลุ่มคนชายขอบให้เข้าถึงบริการสาธารณะและรับมือกับสภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นโครงการที่ภาคีภาคประชาสังคมได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป (European Union) จำนวน 9 แสนยูโร เพื่อดำเนินงานระหว่างเดือนมกราคม 2567 – ธันวาคม 2570

โครงการพัฒนาศักยภาพองค์กรภาคประชาสังคมเพื่อหนุนเสริมกลุ่มคนชายขอบให้เข้าถึงบริการสาธารณะและรับมือกับสภาวะโลกร้อน (Building capacity of civil society organizations on supporting marginalized populations to access public services and respond to global warming) มีซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป (European Union) เป้าหมายเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์กรภาคประชาสังคมและกลุ่มคนชายขอบในด้านนโยบายและการเข้าถึงสิทธิของตน รวมถึงสร้างพื้นที่การทำงานร่วมกับภาครัฐ องค์กรท้องถิ่น และเครือข่ายประชาชน ในการออกแบบนโยบายที่ไม่แบ่งแยกกีดกัน (inclusive) และสามารถแก้ปัญหาความยากจน ความไม่เท่าเทียม และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง ชาติพันธุ์ชาวเลในพื้นที่จังหวัดสตูล คนไทยพลัดถิ่นจังหวัดระนอง เกษตรกรรายย่อยในจังหวัดพังงา กลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และคนจนเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ภายใต้บันทึกความร่วมมือโครงการพัฒนาศักยภาพองค์กรภาคประชาสังคมเพื่อหนุนเสริมกลุ่มคนชายขอบให้เข้าถึงบริการสาธารณะและรับมือกับสภาวะโลกร้อน พม. จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน เพื่อการดำเนินโครงการในระดับพื้นที่ การติดตามประเมินผล และการถอดบทเรียนการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่าย สนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการประสานชุมชนในพื้นที่เป้าหมายเพื่อให้ประชาชนกลุ่มเปราะบาง กลุ่มชาติพันธุ์ ได้เข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิต และการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิ์ บูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง กลุ่มชาติพันธุ์ ทุกมิติแบบองค์รวม ให้ครอบคลุม มั่นคง มีความสุข สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน สนับสนุนองค์ความรู้ เนื้อหาหลักสูตร และวิทยากรในการฝึกอบรมตามวัตถุประสงค์ของความร่วมมือแก่หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ชุมชน และเครือข่าย เพื่อสร้างความเข้าใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่กลุ่มเปราะบางและกลุ่มชาติพันธุ์ และส่งเสริมนวัตกรรมทางสังคม ที่เป็นการเตรียมความพร้อมและปรับตัวของกลุ่มเปราะบางและกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change)

โครงการพัฒนาศักยภาพองค์กรภาคประชาสังคมเพื่อหนุนเสริมกลุ่มคนชายขอบให้เข้าถึงบริการสาธารณะและรับมือกับสภาวะโลกร้อน มีคณะทำงานหลักที่ประกอบไปด้วยมูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) มูลนิธิชุมชนไท และมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ โดยจะทำงานร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคมท้องถิ่นอื่น ๆ เครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย รวมถึงองค์การมหาชนที่มีความเชี่ยวชาญในประเด็นที่เกี่ยวข้อง อาทิ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ที่ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ

รุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบาย มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ในนามของภาคีภาคประชาสังคม กล่าวว่า นับตั้งแต่ พ.ศ. 2523 เป็นต้นมา ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญ แต่ประโยชน์จากการพัฒนาไม่ได้กระจายอย่างทั่วถึง ประชากรกลุ่มที่อยู่สุดชายขอบของสังคมไม่สามารถเข้าถึงบริการของรัฐและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ กลุ่มคนไทยพลัดถิ่น เกษตรกรรายย่อย และกลุ่มชาติพันธุ์ยังคงเผชิญความท้าทายจากความเหลื่อมล้ำ ความยากจน และข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสาธารณะที่พึงได้รับ ไม่ว่าจะเป็นบริการสุขภาพ สวัสดิการและการคุ้มครองทางสังคม นอกจากนี้ยังมีความท้าทายด้านผลกระทบจากภาวะโลกรวนที่รุนแรงเพราะอาศัยและหาเลี้ยงชีพในสภาวะที่เผชิญกับผลกระทบเหล่านั้นโดยตรง ทางสหภาพยุโรปและภาคประชาสังคมจึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนชายขอบ บรรเทาผลกระทบจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศ และให้พวกเขามีส่วนร่วมต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยโครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 1 (ยุติความยากจน), 3 (สร้างหลักประกันการมีสุขภาพดีและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนในทุกวัย), 5 (ความเสมอภาคทางเพศ), 12 (สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน), 13 (การรับมือกับการเปลี่นยแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบ) และ 16 (ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุมที่เอื้อต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ทุกคนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและสร้างสถาบันที่มีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบ และทุกคนสามารถเข้าถึงในทุกระดับ)

การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) มูลนิธิชุมชนไท มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ในครั้งนี้เป็นการยืนยันว่าทุกฝ่ายจะให้ความร่วมมือในการส่งเสริมการจัดกิจกรรมด้านวิชาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางและกลุ่มชาติพันธุ์ สนับสนุนการสร้างกลไก ช่องทางรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะ และเครือข่ายความร่วมมือไปสู่การทำงานร่วมกันของภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เพื่อออกแบบนโยบายที่เป็นธรรมทางสังคมและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย โดยมีแม่ฮ่องสอน ระนอง สตูล พังงา และกรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่นำร่อง