วันที่ 4 กันยายน 2566 มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) สมาคมไทบ้าน และสภาพัฒนาการศึกษากาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด ภายใต้โครงการแอ็คเซส สคูล (ACCESS School) ชุมชนสร้างโรงเรียน โรงเรียนสร้างชุมชน ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 จัดเวทีเสวนาพหุภาคีระดับจังหวัดร้อยเอ็ด ณ หอประชุมทุ่งกุลา สำนักงานพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ต.ดอกไม้ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ผสานความร่วมมือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการศึกษาหารือแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่เหมาะสมกับโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัด

นายสุชาติ พุทธลา ผู้อำนวยการ สพป.ร้อยเอ็ด เขต 2 เป็นประธานเปิดเวทีเสวนา โดยมีนายสัมพันธ์ ภูหินกอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านร้านหญ้า และประธานเครือข่ายโรงเรียนนวัตกรรมร้อยเอ็ด เป็นผู้กล่าวรายการต่อประธานในพิธี นายสัมพันธ์ กล่าวว่า เวทีเสวนาในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เป็นพื้นที่ปรึกษาหารือด้านการศึกษาเพื่อค้นหารูปแบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็ก สู่การพัฒนายุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ดแบบมีส่วนร่วม (2) เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ดผ่านการมีส่วนร่วมหลายภาคส่วน ได้แก่ โรงเรียนขนาดเล็ก คณะกรรมการสถานศึกษา องค์กรภาคประชาสังคม และหน่วยงานภาครัฐ อาทิ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และองค์การบริหารส่วนจังหวัด และ (3) เพื่อรับสมัครโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดร้อยเอ็ดที่สนใจเข้าร่วมเครือข่าย

นายสุชาติ พุทธลา ผู้อำนวยการ สพป.ร้อยเอ็ด เขต 2 กล่าวว่า เวทีเสวนาในครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่ดี ควรนำเป็นแบบอย่างอีกกิจกรรมหนึ่ง เพราะเป็นการสร้างความร่วมมือเพื่อประโยชน์ด้านการศึกษาให้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน นอกจากนี้ยังเป็นเวทีร่วมค้นหารูปแบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่นำไปสู่การจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการเชื่อมร้อยองค์กรภาคประชาสังคมให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาบนฐานต้นทุนที่แตกต่าง จึงขอเป็นกำลังใจให้กับเครือข่ายโรงเรียนนวัตกรรมชุมชน จังหวัดร้อยเอ็ด ในการดำเนินกิจกรรมที่ดีอย่างนี้ต่อไป

โครงการแอ็คเซส สคูล ดำเนินงานในพื้นที่ 8 จังหวัดใน 3 ภูมิภาค โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นครอบคลุมจังหวัดกาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด มีสภาพัฒนาการศึกษากาฬสินธุ์และสภาพัฒนาการศึกษามหาสารคาม องค์กรภาคประชาสังคมร่วมขับเคลื่อนและขยายผลเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดของตน สำหรับจังหวัดร้อยเอ็ด เดิมยังไม่มีกลไกเครือข่ายประชาสังคมด้านการศึกษาที่ชัดเจน จึงมีการประชุมปรึกษาหารือระหว่างสมาคมไทบ้านและเครือข่ายโรงเรียนต้นแบบนวัตกรรมจังหวัดร้อยเอ็ด ต่อมาได้เข้าพบนายสุชาติ พุทธลา ผอ.สพป.ร้อยเอ็ด เขต 2 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2566 เพื่อปรึกษาหารือการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสพป.นี้ ซึ่งมีโรงเรียนในสังกัด 336 แห่ง ถือว่ามากที่สุดในประเทศไทย และในจำนวนดังกล่าว เป็นโรงเรียนขนาดเล็กมากกว่า 200 แห่ง

ด้วยเป้าหมายโครงการแอ็คเซส สคูล สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสพป.ร้อยเอ็ด เขต 2 จึงเกิดการสร้างความร่วมมือในการจัดเวทีเสวนา เพื่อค้นหารูปแบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นการสร้างความร่วมมือให้เกิดการพัฒนาการศึกษาในระดับจังหวัด รวมถึงการสนับสนุนให้ใช้แนวทางการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลางมากขึ้น ความร่วมมือดังกล่าวจะสนับสนุนวัตถุประสงค์ของโครงการ เอื้ออำนวยให้สถานศึกษา ชุมชน และองค์กรภาคประชาสังคมหารือประเด็นพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก และมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนากับหน่วยงานภาครัฐให้เหมาะสมกับแต่ละบริบทพื้นที่ในจังหวัด

ช่วงเวทีเสวนา “รูปแบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่เหมาะสมกับโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัดร้อยเอ็ด” เป็นพื้นที่ผสานความร่วมมือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางการศึกษาหลายภาคส่วน รวมถึงแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาท้องถิ่น เพื่อปรับใช้กับบริบทของจังหวัดร้อยเอ็ด การเสวนาดำเนินโดย ดร.ธีรดา นามให นายกสมาคมไทบ้าน และมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ นายสุชาติ พุทธลา ผอ.สพป.ร้อยเอ็ดเขต 2, นายสัมพันธ์ ภูหินกอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านร้านหญ้าและประธานเครือข่ายโรงเรียนนวัตกรรมชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด, นายเสน่ห์ เสาวพันธ์ ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านฮ่องทราย จ.ร้อยเอ็ด, นายบุญเรือง ปินะสา ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านหนองบัวคู จ.มหาสารคาม, ว่าที่ร้อยตรี เฉลิมชัย จันทรนิมะ รองประธานสภาพัฒนาการศึกษากาฬสินธุ์, นายบวร ประสาร นายกเทศมนตรีตำบลดอกไม้, นายเกียรติศักดิ์ อาจหาญ ผู้แทนสำนักงานเกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด, ว่าที่ร้อยตรีเถลิงเกียรติ ทองขัน ผู้แทนสำนักงานประมงอำเภอสุวรรณภูมิ, นางสาวณัฐกานต์ กลิ่นเขียว ผู้แทนสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด และนางสาวรุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบาย มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)

นางสาวรุ่งทิพย์ กล่าวว่า นอกจากโครงการแอ็คเซส สคูลจะเป็นโครงการแรกที่สหภาพยุโรปได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อทำงานโดยตรงกับโรงเรียนขนาดเล็ก สิ่งที่ผู้เข้าร่วมทุกท่านกำลังร่วมมือกันทำอยู่นั้นเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นการทำเพื่อพัฒนาคน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาท้องถิ่นและประเทศ และเป็นการปฏิบัติตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่นานาประเทศทั่วโลกยอมรับร่วมกันว่าจะไม่ทิ้งใครไหนไว้ข้างหลัง เด็กทุกคนควรได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน

ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบาย มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เสริมว่า ทรัพยากรของประเทศเรานั้นไม่ได้มีจำกัด เพียงแต่การจัดสรรทรัพยากรยังไม่ทั่วถึง และยังไม่มีการบูรณาการและทำงานร่วมกัน วันนี้ท่านนายกเทศมนตรีพูดชัดเจนมากว่าทางเทศบาลต้องดูแลทุกคนให้ดี เด็กถือเป็นทรัพยากรมนุษย์และกลไกในการพัฒนาพื้นที่ เทศบาลจึงให้ความสำคัญในการดูแลเด็ก ทั้งด้านโภชนาการ สุขอนามัย และการศึกษา ด้านผู้แทนจากหน่วยงานท้องถิ่นอื่น ๆ ก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่ามีความพร้อมทั้งงบประมาณและความรู้ทักษะชีวิตที่จะถ่ายทอดให้เยาวชน สิ่งเหล่านี้สำคัญมากและเป็นเหตุผลที่โครงการจัดให้มีเวทีที่โรงเรียนขนาดเล็ก ภาครัฐและภาคส่วนต่าง ๆ มาเจอกัน ให้เกิดความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูล และทำงานด้วยกันต่อไป ขอให้การเจอกันครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันเพื่อเด็ก ๆ ที่จะนำพาประเทศของเราต่อไปในอนาคต

ติดตามความคืบหน้าของความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กจังหวัดร้อยเอ็ด และพื้นที่อื่น ๆ ภายใต้โครงการแอ็คเซส สคูล ได้ทาง  facebook.com/access.school.project และ actionaid.or.th


เกี่ยวกับโครงการแอ็คเซส สคูล (ACCESS School)

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ร่วมกับสภาการศึกษาทางเลือกไทย และสมาคมไทบ้าน ภายใต้การสนับสนุนทุนการดำเนินโครงการโดยสหภาพยุโรป เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (Active Civil Society for Quality Education of Small Schools หรือ ACCESS School) โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม และพัฒนาศักยภาพชุมชนให้เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการโรงเรียนในชุมชนมากขึ้น เพื่อให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ 8 จังหวัด คือ ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม น่าน กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพในราคาที่สามารถจ่ายได้ ผ่านการปรับใช้ “โมเดลโรงเรียนขนาดเล็ก” เพื่อให้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมและการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งถึงสิทธิและบริบทพื้นฐานของเด็กในชุมชนนั้น ๆ โดยยึดแนวทางการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (Active Learning) ซึ่งโครงการนี้จะมีระยะเวลาการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 4 ปี (พ.ศ. 2563 – พ.ศ. 2566)

โครงการเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรภาคประชาสังคมพร้อมด้วยเครือข่าย ในการสนับสนุนแนวทางการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (Active Learning) ในสถานศึกษาและส่งเสริมความเป็นพลเมือง และส่งเสริมให้มีบทบาทในนโยบายและการตัดสินใจในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด และระดับชาติมากยิ่งขึ้น องค์กรภาคประชาสังคมในท้องถิ่นที่ได้รับการเพิ่มขีดความสามารถแล้ว จะทำงานส่งเสริมความร่วมมือระหว่างชุมชน โรงเรียน และหน่วยงานรัฐท้องถิ่น โดยการทำงานผ่านคณะกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษา เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนที่มากขึ้นในการบริหารจัดการสถานศึกษาและหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียน ทั้งยังมุ่งหนุนเสริมโรงเรียนและโครงสร้างธรรมาภิบาลท้องถิ่นให้ยอมรับการมีส่วนร่วมของสตรีในกระบวนการตัดสินใจที่มากขึ้นอีกด้วย

เกี่ยวกับสหภาพยุโรปในประเทศไทย (European Union in Thailand)

สหภาพยุโรป (อียู) เป็นการรวมตัวในลักษณะสหภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศในทวีปยุโรป มีสมาชิกในปัจจุบันจำนวน 27 ประเทศ ประเทศสมาชิกได้ร่วมกันสร้างภูมิภาคที่มีความมั่นคง เป็นประชาธิปไตย และมีการพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ยังรักษาความหลากหลายทางวัฒนธรรมของประเทศสมาชิก เปิดกว้างในการยอมรับซึ่งกันและกัน และเคารพเสรีภาพของประชาชน ในปี 2555 (ค.ศ. 2012) สหภาพยุโรปได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เนื่องจากเป็นองค์กรที่ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ ความสมานฉันท์ ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนในยุโรป

สหภาพยุโรปเป็นสมาคมทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงเป็นแหล่งทุนและเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ นอกจากนี้สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกยังเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (Official Development Assistance) รายใหญ่ที่สุดในโลก โดยที่มูลค่าการให้ความช่วยเหลือรวมกันเกินครึ่งหนึ่งของยอดรวมทั้งโลก

เกี่ยวกับมูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ก่อตั้งขึ้นในปี 2544 โดยเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งเน้นให้ประชากรที่ประสบความยากจนและการกีดกันทางสังคม พัฒนาศักยภาพด้านสิทธิมนุษยชน เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วม และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของตน องค์กรเชื่อในพลังของผู้คนที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อตนเองและสังคม จึงสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ถูกกีดกันทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิง เยาวชน และคนยากจน ตระหนักถึงศักยภาพของตน เข้าใจในสิทธิ์ที่ตนพึงจะมี และใช้ชีวิตอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี

แอ็คชั่นเอดทำงานเป็นพันธมิตรร่วมกับชุมชน องค์กรประชาสังคม กลุ่มและเครือข่ายผู้หญิง กลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคม สถาบันการศึกษาและการวิจัย หน่วยงานรัฐในระดับต่างๆ สื่อ ฯลฯ และขยายผลโครงการของเราในระดับท้องถิ่น การจับมือกับพันธมิตรและรวมพลังเป็นหนึ่ง เปิดโอกาสให้กลุ่มคนที่เคยถูกละเลยและกีดกัน สามารถนำเสนอประเด็นปัญหาของพวกเขา เข้ามารณรงค์ ขับเคลื่อนนโยบาย และสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียม ชอบธรรม และยั่งยืน