ประกาศรับสมัคร ที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาข้อมูลพื้นฐานระบบการศึกษาไทยในประเด็นการยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก และติดตามผลการจัดการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กที่ยึดแนวทางการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (Active Learning)

เกี่ยวกับองค์กร

แอ็คชั่นเอด (ActionAid) เป็นองค์กรระหว่างประเทศเพื่อความยุติธรรมทางสังคม ดำเนินงานบนฐานสิทธิมนุษยชน เริ่มทำงานในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 และได้จัดตั้งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในปี พ.ศ.2554 ภายใต้ชื่อ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย (ActionAid International Thailand : AAT) แอ็คชั่นเอดทำงานทั่วประเทศกับชุมชน องค์กรภาคประชาสังคม เครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็ก หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศ และสื่อมวลชน เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อชีวิตของกลุ่มผู้หญิงกับเด็กยากจนและด้อยโอกาสมากที่สุด

เกี่ยวกับโครงการ

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ร่วมกับสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย และสมาคมไทบ้าน ภายใต้การสนับสนุนทุนการดำเนินโครงการโดยสหภาพยุโรป เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (Building an active, networked civil society to improve delivery and access to quality education in Thailand) โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม และพัฒนาศักยภาพชุมชนให้เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการโรงเรียนในชุมชนมากขึ้น และมีบทบาทในการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด และระดับชาติมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ 8 จังหวัด คือ ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม น่าน กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพในราคาที่สามารถจ่ายได้ ผ่านการปรับใช้ “โมเดลโรงเรียนขนาดเล็ก” เพื่อให้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมและการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งถึงสิทธิและบริบทพื้นฐานของเด็กในชุมชนนั้น ๆ โดยยึดแนวทางการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (Active Learning) ซึ่งโครงการนี้จะมีระยะเวลาการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 4 ปี (พ.ศ. 2563 – 2566)

เมื่อโครงการสิ้นสุดลงแล้ว โรงเรียนขนาดเล็กจำนวน 400 แห่งจะดำเนินการโมเดลโรงเรียนขนาดเล็กส่งผลให้เกิดประโยชน์แก่นักเรียน 20,000 คน มีอย่างน้อยร้อยละ 60 ของโรงเรียนขนาดเล็กจะมีโครงสร้างธรรมาภิบาลที่เป็นระบบที่สนองตอบกับความต้องการของชุมชนและมีการสนับสนุนเชิงสร้างสรรค์จากหน่วยงานภาครัฐ ความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายภาคส่วน (หน่วยงานรัฐท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษาและครู ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ เช่น หน่วยงานภาคเอกชน) จะสนับสนุนโรงเรียนท้องถิ่นเพื่อปรับปรุงมาตรฐานการศึกษาและมีคณะกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในเชิงรุกและตอบสนองต่อบริบทพื้นที่ชุมชนอยู่เสมอ โรงเรียนและโครงสร้างธรรมาภิบาลท้องถิ่นจะยอมรับการมีส่วนร่วมของสตรีในกระบวนการตัดสินใจมากขึ้น เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและความยั่งยืนต่อไป ในระยะยาวโครงการคาดหวังว่านักเรียนจะสามารถเข้าถึงคุณภาพทางการศึกษาที่ตนพึงได้รับใกล้บ้าน หน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจะสนับสนุนการเตรียมการและดำเนินการใช้กฎหมายที่มีอยู่ในการส่งเสริมการกระจายอำนาจทางการศึกษาและกระบวนการธรรมภิบาลที่โปร่งใสได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ทั้งหมดนี้เป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยได้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ข้อที่ 1, 4 , 5, และ 10

รายละเอียดการวิจัยที่ต้องการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการ

โครงการฯ มีความประสงค์จะว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาข้อมูลพื้นฐานของระบบการศึกษาไทยในประเด็นการยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก กฎหมายและมาตราการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวโน้มเชิงนโยบายและการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ ติดตามผลการจัดการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กในเครือข่ายขององค์กรภาคประชาสังคม ภายใต้โครงการฯ ที่ยึดแนวทางการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (Active Learning) และศึกษาหลักธรรมาภิบาลที่มีอยู่ในโรงเรียนขนาดเล็กดังกล่าว ในการบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชนและหน่วยงานภาครัฐ และถอดโมเดลโรงเรียนขนาดเล็กที่ดี จึงเปิดรับสมัครที่ปรึกษาจากผู้สนใจ เพื่อรับทุนในการดำเนินการศึกษาวิจัยดังกล่าว (รายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ และหลักธรรมาภิบาลสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กของโครงการฯ ที่ภาคผนวก)

ข้อค้นพบและข้อเสนอแนะที่เกิดขึ้นจากการศึกษานี้ จะถูกนำเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐและองค์กรระดับชาติ ตลอดจนระดับนานาชาติ ในงานประชุมวิชาการด้านการศึกษา เพื่อแจ้งนโยบายสาธารณะด้านการศึกษา นอกจากนี้ข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปใช้ในการสื่อสารและจัดทำวัสดุการฝึกอบรมในรูปแบบคู่มือการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก บทสรุปเชิงนโยบาย และอีบุ๊ค รวมถึงการชี้แนะในที่สาธารณะอื่นๆ เช่น บนแพลตฟอร์มดิจิทัล เป็นต้น

วัตถุประสงค์

      1. เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานระบบการศึกษาไทยในประเด็นการยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก กฎหมายและมาตราการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวโน้มเชิงนโยบายและการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ
      2. เพื่อประเมินผลการจัดการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กนำร่องในโครงการฯ ที่ได้นำแนวทางการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำไปใช้ และศึกษาหลักธรรมาภิบาลที่มีอยู่ในโรงเรียนขนาดเล็กดังกล่าว โดยเกณฑ์การประเมินพิจารณาด้วย 2 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ คุณภาพการจัดการศึกษา การบริหารจัดการและการสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน และภาคส่วนอื่นๆ
      3. เพื่อถอดโมเดลการจัดการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กที่ดีภายใต้โครงการฯ ที่สามารถนำมาใช้ขยายผลในโรงเรียนขนาดเล็กอื่น ๆ ต่อไป และใช้เป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สามารถเป็นทางเลือกทดแทนมาตรการยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก

คำถามวิจัย

คำถามวิจัยที่ 1: สถานการณ์การยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กในประเทศไทยเป็นอย่างไร และมีแนวโน้มเชิงกฎหมายและมาตราการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวโน้มเชิงนโยบายและการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ อย่างไรในอนาคต – วิจัยก่อรูปและวิเคราะห์สถานการณ์ (Contextual and Situational Analysis)
คำถามวิจัยที่ 2.1: หลังจากที่นำแนวทางการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำไปใช้ โรงเรียนขนาดเล็กนำร่องของโครงการฯ จำนวน 8 โรงเรียน มีการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ อย่างไร – การศึกษาเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Analysis)
คำถามวิจัยที่ 2.2: หลักธรรมาภิบาลที่มีอยู่ในโรงเรียนขนาดเล็กนำร่องของโครงการฯ จำนวน 8 โรงเรียน มีลักษณะอย่างไร มีการบริหารจัดการที่ดีและสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน และภาคส่วนอื่นๆ หรือไม่ อย่างไร การศึกษาเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Analysis)
คำถามวิจัยที่ 3: รูปแบบโรงเรียนขนาดเล็กที่มีการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ และมีการบริหารจัดการที่ดีและมีการสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน และภาคส่วนอื่นๆ มีลักษณะอย่างไร – การถอดโมเดลโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบที่ดี (Model Extraction)

กรอบการวิจัย

หมายเหตุ: รายละเอียดคำถามวิจัย และกรอบการวิจัย อาจมีการเปลี่ยนแปลงหลังหารือร่วมกับทีมวิจัย

ขอบเขตของงาน:

พื้นที่เป้าหมาย
พื้นที่ดำเนินงานโครงการฯ ทั้งหมด 3 ภูมิภาค ใน 8 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และน่าน

กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง
– โรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่เป้าหมายของโครงการฯ ที่ยึดแนวทางการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (Active Learning) ใช้นวัตกรรมการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน โดยยึดเด็กเป็นศูนย์กลางเครือข่ายภาคประชาสังคมของพื้นที่ดำเนินการของโครงการ ที่มีการสนับสนุนในการเสริมสร้างความเข็มแข็งให้โรงเรียนขนาดเล็ก เช่น ชุมชน วัด องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล อาสาสมัครต่างๆ เป็นต้น
– หน่วยงานการศึกษาภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานไม่แสวงหาผลกำไร (NGOs) ที่ทำงานเกี่ยวกับการศึกษา, สิทธิทางการศึกษา/เด็ก ในทุกระดับ ตั้งแต่ ระดับพื้นที่ ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ
– ครูแกนนำ และนักศึกษาฝึกสอนในโครงการฯ

ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัย

ขั้นตอนที่ 1 (กรกฎาคม 2565) ประชุมเพื่อทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของงานวิจัย ระหว่างคณะกรรมการวิจัยและทีมวิจัย

ขั้นตอนที่ 2 (กรกฎาคม 2565) นำเสนอระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology) และแผนการดำเนินงานวิจัยตลอดระยะเวลาโครงการ (Research Plan) เพื่อคณะกรรมการวิจัยพิจารณาและอนุมัติ

ขั้นตอนที่ 3 (สิงหาคม – กันยายน 2565) ดำเนินการเก็บข้อมูลตามแผนที่วางไว้ (Data Collection)

ขั้นตอนที่ 4 (ตุลาคม 2565) วิเคราะห์ผลการวิจัย และอภิปรายผลร่วมกับทีมงานโครงการฯ (Research Findings Analysis and Discussion)

ขั้นตอนที่ 5 (พฤศจิกายน – ธันวาคม 2565) สังเคราะห์ผล และจัดทำรายงานการวิจัย (Research Finding Synthesis and Reporting)

หมายเหตุ: การส่งมอบผลงาน ขั้นตอนที่ 5 ให้นักวิจัยจัดทำรายงานการวิจัยจำนวน 70 หน้าขึ้นไป นำส่งในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ Microsoft Word และไฟล์ PDF พร้อมจัดพิมพ์เอกสารรูปเล่มรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์จำนวน 3 เล่ม และแฟลชไดร์ฟ (Flash Drive) ที่บันทึกไฟล์ภาพถ่ายระหว่างกระบวนการลงเก็บข้อมูล และไฟล์เอกสารข้อมูลอ้างอิงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยและเป็นประโยชน์กับโครงการฯ

ระยะเวลาดำเนินการ

ภายใน 180 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญาจ้าง

งบประมาณ

120,000 – 180,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

เงื่อนไขการส่งมอบงานและการจ่ายค่าตอบแทน

ผู้วิจัยส่งงานโดยแบ่งงานออกเป็น 3 งวด ดังนี้
งวดที่ 1 เบิกจ่ายจำนวนร้อยละ 50 ของวงเงินงบประมาณที่ระบุในสัญญาจ้าง หลังจากคณะกรรมการตรวจรับมีมติให้ความเห็นชอบในการส่งมอบระเบียบวิธีวิจัยและแผนการดำเนินงานวิจัยตลอดระยะเวลาโครงการ ภายใน 30 วัน
งวดที่ 2 เบิกจ่ายจำนวนร้อยละ 30 ของวงเงินงบประมาณที่ระบุในสัญญาจ้าง หลังจากคณะกรรมการตรวจรับมีมติให้ความเห็นชอบรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานวิจัย ผลการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และอภิปรายผลร่วมกับทีมงานโครงการฯ และร่างเค้าโครงรูปแบบและเนื้อหารายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ ภายใน 30 วัน
งวดที่ 3 เบิกจ่ายจำนวนร้อยละ 20 ของวงเงินงบประมาณที่ระบุในสัญญาจ้าง หลังจากคณะกรรมการตรวจรับมีมติให้ความเห็นชอบในการส่งมอบรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ ภายใน 30 วัน

กรรมสิทธิ์

ข้อมูล เอกสาร ผลการศึกษาวิเคราะห์ รายงาน และทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงข้อมูลอื่นใดซึ่ง ผู้รับจ้างได้พัฒนาหรือจัดทำขึ้นภายใต้สัญญาจ้างนี้ ให้ตกเป็นของ “โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา” ทั้งนี้ การพิมพ์ หรือดำเนินการอื่นใด เพื่อจำหน่ายใช้ประโยชน์ หรือเผยแพร่ จะต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้างก่อน

คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ

    • เป็นนักวิชาการ นักวิจัย หรือ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยในประเทศไทยที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับสาขาวิชาการศึกษา, การพัฒนาการศึกษา หรือสิทธิมนุษยชนด้านการศึกษา
    • เป็นผู้มีประสบการณ์ หรือมีผลงานการศึกษาวิจัย ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา / การปฏิรูปการศึกษา / การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน / การพัฒนาครู / การพัฒนานวัตกรรมการศึกษา /โรงเรียนขนาดเล็ก / สิทธิมนุษยชนด้านการศึกษา / นโยบายสาธารณะ ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • เป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจระบบโครงสร้างการบริหารราชการที่เกี่ยวข้องกับด้านการศึกษา

การยื่นข้อเสนอ

ผู้สนใจต้องยื่นเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาดังต่อไปนี้
1. ชื่อองค์กร/หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยที่จะเป็นองค์กรลงนามคู่สัญญาหรือมอบอำนาจและรับงบประมาณโครงการให้กับนักวิจัย
2. รายละเอียดผู้ยื่นข้อเสนอ และทีมวิจัยพร้อมประวัติ (Curriculum Vitae) และตัวอย่างผลงานการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้อง
3. ร่างข้อเสนอเกี่ยวกับระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology) และกระบวนการวิจัย (Research Plan) รวมความยาวไม่เกิน 10 หน้า
4. ข้อเสนอด้านงบประมาณ
5. ข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์กับการพิจารณาคุณสมบัติ

ส่งจดหมายแสดงความจำนงและเอกสารถึงทีมงานโครงการส่งเสริมความร่วมมือภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ผ่านอีเมล : taecaoffice2020@gmail.com ภายในวันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน 2565 เวลา 12.00 น.

* เฉพาะข้อเสนอที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นจะได้รับการติดต่อกลับ *

ผู้ประสานงานในการดำเนินโครงการ หรือขอรายละเอียดเพิ่มเติม

สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย (สกล.)
ที่อยู่: สำนักเลขาธิการฯ เลขที่ 9 หมู่ 13 ต.ดอยลาน อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย 57000
ผู้ประสานงานโครงการฯ: นายเทวินฎฐ์ อัครศิลาชัย (ครูตั้ม)
โทรศัพท์: 081-884 4062
อีเมล: okthewin@gmail.com หรือ taecaoffice2020@gmail.com