แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ชวนนักเรียน 8 จังหวัด ประกวด ออกแบบโลโก้โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 

แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ชวนนักเรียน 8 จังหวัด ประกวดออกแบบโลโก้โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ร่วมกับสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย และสมาคมไทบ้าน ภายใต้การสนับสนุนทุนการดำเนินโครงการโดยสหภาพยุโรป เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (Building an active, networked civil society to improve delivery and access to quality education in Thailand) โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรภาคประชาสังคมและเครือข่าย และพัฒนาศักยภาพชุมชนให้เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการโรงเรียนในชุมชนเพื่อให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ 8 จังหวัด คือ ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม น่าน กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพในราคาที่สามารถจ่ายได้ ซึ่งโครงการนี้จะมีระยะเวลาการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 4 ปี (พ.ศ. 2563-2566)

ด้วยความร่วมมือดังกล่าวข้างต้น โครงการฯ มีความประสงค์จัดกิจกรรมเพื่อสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วมกับโรงเรียนในเขตพื้นที่เป้าหมายผ่านกิจกรรมการประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์โครงการ (โลโก้) โดยมุ่งให้นักเรียนระดับประถมศึกษาได้ใช้ความคิดและจินตนาการในการออกแบบผ่านทักษณะทางศิลปะ ผนวกเข้ากับแนวคิดที่ทางโครงการได้วางไว้ ซึ่งแบบตราสัญลักษณ์ที่ได้รับคัดเลือกจะถูกนำมาใช้ในการสื่อสารในนามโครงการตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน รวมถึงเจ้าของผลงานที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับทุนการศึกษา และประกาศนียบัตรจากทางโครงการและสหภาพยุโรปด้วย

1. ผู้มีสิทธิ์ส่งผลงานเข้าร่วมกิจกรรม และวิธีการสมัคร

นักเรียนระดับประถมศึกษา (ป.1-ป.6) ที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง ที่มีนักเรียนไม่เกินไปกว่า 500 คน

2. กติกาและเงื่อนไขอื่น ๆ

2.1) นักเรียน 1 คน สามารถส่งภาพร่างออกแบบตราสัญลักษณ์เข้าร่วมประกวดได้เพียง 1 แบบเท่านั้น พร้อมคำอธิบายสั้น ๆ บอกความหมายที่ต้องการสื่อในตราสัญลักษณ์นั้น

2.2) ร่างออกแบบตราสัญลักษณ์จะต้องอยู่ในขนาดที่มองเห็นได้ชัดเจน โดยวาดลงบนกระดาษขนาด A4 พร้อมระบายสี พร้อมระบุชื่อ-นามสกุล ชั้นการศึกษา ชื่อโรงเรียน และหมายเลขโทรศัพท์ของครูหรือผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมลงลายมือชื่อของผู้ปกครองในการแสดงความยินยอมส่งผลงานเข้าประกวดตามเงื่อนไขที่กำหนด

2.3) ส่งผลงานเป็นชิ้นงานที่นักเรียนได้ออกแบบมาทางไปรษณีย์มาที่ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย 60/1 อาคารมนริริน ซ.พหลโยธิน 8 (สายลม) ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

2.4) ร่างออกแบบตราสัญลักษณ์ที่ส่งเข้าประกวด ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ภายใต้โครงการฯ นี้โดยเฉพาะ โดยผู้ส่งเข้าประกวด (พร้อมความยินยอมของผู้ปกครอง) ต้องยินยอมให้มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทยและโครงการฯ นำผลงานที่ส่งเข้าประกวดนั้นออกเผยแพร่ หรือใช้ประโยชน์อื่นใดในลักษณะการประชาสัมพันธ์ โดยไม่ต้องขออนุญาตและเสียค่าลิขสิทธิ์ หรือจ่ายค่าตอบแทนใด ๆ ให้แก่เจ้าของผลงาน

2.5) การตัดสินของคณะกรรมการ ถือเป็นที่สิ้นสุด ผู้ส่งร่างออกแบบตราสัญลักษณ์ เข้าประกวดไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ใด ๆ

3. เกณฑ์การตัดสินการประกวดภาพถ่าย (รวม 100 คะแนน)

3.1) ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มุมมองแปลกใหม่ สามารถสื่อความหมายได้ตรงตามคอนเซปต์และหัวข้อ (หัวข้อ: การศึกษาที่พัฒนามนุษย์สู่ความยั่งยืนด้วยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน) (40 คะแนน)

3.2) การออกแบบมีเอกลักษณ์ มีความโดดเด่น สวยงาม (30 คะแนน)

3.3) คำอธิบายบอกความหมายที่เชื่อมโยงกับแนวคิดหลัก โดยสื่อให้เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากภาคประชาสังคมและชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศไทย (30 คะแนน)

4. ระยะเวลา

4.1) โรงเรียนที่สนใจให้นักเรียนส่งผลงานเข้าประกวดเพื่อชิงทุนการศึกษา ลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ที่ http://bit.ly/38dE24u หรือสแกน QR Code ที่ปรากฎบนภาพโปสเตอร์ด้านล่าง โดยเปิดรับสมัครลงทะเบียนจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 (สิ้นสุดการลงทะเบียนเวลา 18.00 น.)

4.2) กำหนดส่งผลงาน โรงเรียนรวบรวมผลงานของนักเรียนและส่งมาทางไปรษณีย์ไม่เกินไปกว่าวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563 กรณีไปรษณียณ์ลงประทับวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563 ถือว่ายังอยู่ในช่วงเวลากำหนดส่งผลงงาน หากเลยไปกว่ากำหนดดังกล่าว ทางคณะกรรมการจะถือว่าไม่เข้าเกณฑ์และไม่พิจารณาผลงานที่ส่งมาล่าช้ากว่ากำหนด

4.3) ประกาศผลการคัดเลือกผู้ชนะเลิศเพียง 1 รางวัล ผ่านทาง Facebook ของมูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย (ค้นหาคำว่า ActionAid Thailand) ในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2563 และจะมีการประสานงานไปยังโรงเรียนและเจ้าของผลงานเพื่อแจ้งผลดังกล่าว

4.4) กิจกรรมการมอบรางวัลจะจัดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2563 โดยจัดที่กรุงเทพฯ ในวันงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการฯ ซึ่งรายละเอียดและกำหนดการจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ คุณพัชกร พัทธวิภาส ผู้จัดการโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา โทร. 094 264 5149 และเพจ Facebook มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย

แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ชวนนักเรียน 8 จังหวัด ประกวด ออกแบบโลโก้โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 


Opinion: National Ed Expo and the new Education Act พ.ร.บ.ฉบับใหม่ และสภาพการศึกษาไทย: มุมมองคนนอกจากมหกรรมการศึกษาแห่งชาติ

พ.ร.บ.ฉบับใหม่ และสภาพการศึกษาไทย: มุมมองคนนอกจากมหกรรมการศึกษาแห่งชาติ

งานมหกรรม “การศึกษาแห่งชาติ: ก้าวสู่คุณภาพการศึกษาที่ดีกว่า” มีขึ้นเมื่อวันที่ 26-27 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรมเดอะ เบอร์คลีย์ ประตูน้ำ จัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

ภายในงานมีนิทรรศการ และหัวใจของงานอย่าง การเสวนาพูดคุยกันในหลากหลายประเด็นการศึกษาของนักวิชาการการศึกษา ผู้บริหารระดับสูงจากระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานอื่นที่จัดบริการการศึกษาในประเทศ

ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อหลักคงไม่พ้นเรื่องการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ ที่มีกรอบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องมากมาย ไล่เรียงมาตั้งแต่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับปี…) ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงและรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อที่จะเตรียมนำเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติต่อไป รวมไปถึงเรื่องประเด็นความเหลื่อมล้ำและความเสมอภาคในการจัดบริการทางด้านการศึกษา ประเด็นมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2561 และการเรียน “โค้ดดิ่ง” หรือภาษาคอมพิวเตอร์ มาถึงตรงนี้ เราๆ ท่านๆ ที่เป็นประชาชนทั่วไปอาจจะงงกับตัวบทกฎหมายและหลักการในการบริหารการศึกษาของประเทศกันเป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ดี ต้องขอชื่นชมในความพยายามและการทำงานของหน่วยงานที่มุ่งพัฒนาการศึกษาของประเทศ เพราะจากการเข้าร่วมฟังเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองของนักวิชาการและผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษา ทุกภาคส่วนมีความมุ่งหวังจะให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ทัดเทียมกับนานาประเทศเท่าทันโลก หลักคิดและแนวทางในออกแบบวิถีทางต่างๆ ที่ส่วนกลางมีความพยายามจะเปิดช่องให้การบริหารจัดการการศึกษาไม่ได้รวมศูนย์อำนาจที่รัฐหรือกระทรวง แต่พยายามที่จะกระจายให้โรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น และเคารพในความแตกต่างหลากหลายของผู้เรียนเป็นสำคัญด้วย ซึ่งหลักการเหล่านั้นได้ถูกบรรจุอยู่ในร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ กฎหมายการศึกษาไทยจึงไม่ได้ถอยหลังเข้าคลองแต่อย่างใด แต่มีความก้าวหน้าในระดับที่เอื้อให้การศึกษาเป็นของปวงชน

แต่สิ่งที่น่ากังวลใจและเป็นคำถามที่สะท้อนกลับไปในเวทีเสวนาน่าจะเป็นเรื่องการตีความ ความเข้าใจ และการนำไปใช้ของผู้ปฏิบัติมากกว่า เพราะแม้ว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบันเองจะเอื้อให้เกิดการจัดการศึกษาโดยหลายภาคส่วน ที่ผ่านมาเราก็ยังคงเห็นได้ว่ามีหลายประเด็นที่ติดขัด และรัฐไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติ เช่น การอุดหนุนจัดสรรทรัพยากรไปยังศูนย์การเรียน และลู่ของการศึกษานอกระบบอื่นๆ ดังนั้นที่ผ่านมาจึงเป็นโจทย์สำคัญอย่างมากในการที่รัฐจะต้องตอบโจทย์เรื่องความเท่าเทียม เสมอภาค และเป็นธรรมในการบริหารการศึกษาให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้สัตยาบันในการพัฒนาตามกรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ เพื่อมุ่งสู่ปี พ.ศ. 2573 ซึ่งนับจากนี้ไปอีกเพียงแค่ 10 ปีเท่านั้น

โจทย์การศึกษาเป็นเรื่องเรื้อรังและยืดเยื้อมานานมาก แต่กลับเป็นประเด็นที่ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ตามที่ผ่านมายังไม่สามารถฉีดยาได้ตรงจุด และแก้ปัญหาจนคลี่คลายเห็นทางสว่างได้ ในทุกรัฐบาลจะมีนโยบาลไม่ซ้ำกัน ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ครูกว่า 3 แสนคนถูกใช้เป็นตัวแปรในการทดลอง เด็กกว่า 6 ล้านคนในระบบการศึกษาเป็นดั่งหนูทดลอง ที่เมื่อวัคซีนหนึ่งไม่ได้ผลก็เปลี่ยนตัว วูบวาบไม่ต่างกับพลุที่จุดขึ้นฟ้าแล้วดับหายไป

 

Opinion: National Ed Expo and the new Education Act พ.ร.บ.ฉบับใหม่ และสภาพการศึกษาไทย: มุมมองคนนอกจากมหกรรมการศึกษาแห่งชาติ
Photo: Burassakorn Gitipotnopparat / ActionAid

 

ในอนาคตต่อไป ขอเพียงว่าผู้ใหญ่ที่มีอำนาจในการตัดสินใจทางนโยบายต่างๆ เห็นความสำคัญของเด็กเป็นหลัก และเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพวกเขา เพราะเด็กในที่นี้ไม่ใช่เด็กในโรงเรียนในเมืองเท่านั้น ยังต้องมองถึงเด็กอีกกว่า 1.2 ล้านคนในโรงเรียนขนาดเล็กในชนบท ผู้ใหญ่ต้องพิจารณาถึงความแตกต่างหลากหลายในบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม เพราะหากว่าหัวใจของการศึกษาคือการเรียนรู้เพื่อสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์ที่จะเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศ เราก็ควรคำนึงถึงความเสมอภาคและเท่าเทียม สังคมต้องช่วยกันตั้งคำถามถึงนโยบายการบริหารจัดการของภาครัฐด้วยว่า สิ่งที่รัฐพยายามดำเนินการเป็นธรรมกับคนทุกคนในสังคมแล้วหรือยัง

ดังนั้นร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่นี้ จึงไม่ใช่เพียงกฎหมายการศึกษาเท่านั้น แต่เป็นกฎหมายที่วางกรอบการสร้างอนาคตของประเทศ ที่ประชาชนทุกคนเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนั้นเราจึงควรต้องทำความเข้าใจและให้ความเห็นกับร่างกฎหมายฉบับนี้ เพราะไม่ช้าก็เร็ว ผลจากระบบการศึกษาของประเทศจะเกิดขึ้นกับเราไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

 

ร่วมศึกษาสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่ และแสดงความเห็นได้ ที่ลิ้งค์ด้านล่าง

➡️ ศึกษาร่าง พ.ร.บ.การศึกษา ฉบับใหม่ http://bit.ly/2zvqlhy

➡️ ร่วมเเสดงความเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษา ฉบับใหม่ http://bit.ly/34cml3B


Equal Stand Network organised first talk on Equality in Education and Disappearing Schools การศึกษาเพื่อความเท่าเทียมกับโรงเรียนที่หายไป งานเสวนาแรกของเครือข่าย Equal Stand

การศึกษาเพื่อความเท่าเทียมกับโรงเรียนที่หายไป งานเสวนาแรกของเครือข่าย Equal Stand

“ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก คือภาพสะท้อนของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทยที่ชัดเจนมากที่สุด”

เก็บตกภาพบรรยากาศจากงานเสวนา “การศึกษาเพื่อความเท่าเทียมกับโรงเรียนที่หายไป” เมื่อวันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562 ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์กิตติคุณ อำไพ สุจริตกุล คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเป็นกิจกรรมแรกของเครือข่าย Equal Stand ที่ผนึกกำลังขององค์กรที่ทำงานด้านการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนนโยบายให้การศึกษาไทยเท่าเทียม ยุติธรรม มีคุณภาพ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

งานเสวนาแบ่งเป็นเป็นช่วงเช้าและบ่าย และดำเนินรายการโดยผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ในช่วงเช้า “นโยบายยุบ-ควบรวมโรงเรียนเล็กและเสียงสะท้อนของผู้ถูกกระทำ” เป็นเสียงสะท้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากนโยบายยุบ-ควบรวม รวมถึงตัวแทนภาคประชาสังคมผู้ต่อสู้ในประเด็นการศึกษา และร่วมมือกับชุมชนในการจัดการการเรียนการสอน

โดยเราได้พูดคุยกับของน้องนิสา บุญเลี้ยง นักเรียนโรงเรียนวัดประสิทธาราม จ.สุราษฎร์ธานี คุณจินดา สุดจิตร แกนนำชุมชนวัดประสิทธาราม คุณจิราภรณ์ สุดสิน ครูชุมชน พร้อมคุณรุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบาย มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย และคุณเทวินฎฐ์ อัครศิลาชัย เลขาธิการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย

เวที “แสงสว่างปลายอุโมงค์ในการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก” ในช่วงบ่ายได้รวมตัวผู้เชี่ยวชาญและผู้นำโรงเรียนขนาดเล็กมาแลกเปลี่ยนกันถึงทางออกของโรงเรียนขนาดเล็ก และ ทางเลือกที่ผู้กำหนดนโยบายมีในการบริหารจัดการการศึกษาให้ลดความเหลื่อมล้ำ รองรับความหลากหลาย และไม่ละเลยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง วิทยากรในช่วงนี้ได้แก่ ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเด็กและเยาวชน คุณฤทัยวรรณ หาญกล้า ผอ.โรงเรียนวัดดอนโพธิ์ทอง จ.สุพรรณบุรี และคุณยุทธชัย เฉลิมชัย อุปนายกสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของเครือข่าย Equal Stand ผ่านทาง Facebook