หากถามว่าเมื่อตอนเด็ก ๆ เราชอบเรียนวิชาอะไรมากที่สุด วิชาภาษาไทยอาจจะไม่ใช่คำตอบต้น ๆ ของใครหลายคน เพราะมีทั้งหลักภาษาให้ท่องจำมากมาย ฉันทลักษณ์ต่าง ๆ และการอ่านวรรณคดีไทยที่ไม่รู้ว่ามีความเชื่อมโยงกับชีวิตอย่างไรนอกจากอ่านเพื่อทำข้อสอบ

เพื่อไม่ให้การเรียนภาษาติดอยู่ในกรอบของการท่องจำ และสร้างสมรรถนะที่แท้จริงให้แก่ผู้เรียน รูปแบบการสอนภาษาไทยจึงต้องเปลี่ยน และนี่เป็นเหตุผลที่โรงเรียนขนาดเล็กจำนวนหนึ่งเลือกรับนวัตกรรม “การสอนภาษาไทยผ่านวรรณกรรม” มาปรับใช้ในโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการสอนในบริบทของทรัพยากรที่จำกัด

การสอนภาษาไทยผ่านวรรณกรรมเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่มีต้นแบบมาจากโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ (เช่นเดียวกับนวัตกรรมที่เป็นที่รู้จักอย่างจิตศึกษาและ PBL) ที่มุ่งสร้าง “Literacy” การรู้หนังสือ หรือความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ จับใจความและตีความได้ “Literacy เป็นครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการทำให้ผู้เรียนเป็นนักเรียนรู้” วิเชียร ไชยบัง ผู้อำนวยการโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ กล่าว “ทำให้สามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจนทำให้เอาไปใช้ในชีวิตได้ดี” เหมาะกับการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ที่มุ่งให้ผู้เรียนรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ภาพ: YouTube ครูโค้ชโดยลําปลายมาศพัฒนา

เป้าหมายการเรียนรู้ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมจึงสรุปได้ ดังนี้

    • สร้างความสามารถในการสื่อสาร – ภาษาเริ่มต้นที่เสียง ความหมาย สัญลักษณ์ และตัวอักษร สิ่งเหล่านี้ทำให้สื่อความรู้สึก ความคิด ความต้องการ ความรู้ต่าง ๆ ออกไปสู้ผู้รับสาร
    • สร้างความรู้ความเข้าใจต่อสิ่งต่าง ๆ – การศึกษาควรนำเด็กไปสู่สมรรถนะ (ซึ่งหมายถึงการนำความรู้มาใช้ได้ผลดี มาใช้ในชีวิตจริง) สิ่งที่จำทำให้เขาเข้าใจสิ่งต่าง ๆ หรือเข้าถึงสมรรถนะ คือภาษา
    • สร้าง “เครื่องมือการอยู่ร่วมกัน” – เพราะเราใช้ภาษาในการถ่ายทอดอารยธรรม คุณค่า และค่านิยมต่าง ๆ ของสังคมหนึ่ง ๆ

ครูในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ จะเลือกวรรณกรรมที่เหมาะสมกับระดับชั้นนั้น ๆ และดำเนินตาม 5 ขั้นของการสอน ได้แก่ 1. คาดเดาเรื่อง 2. อ่านจับใจความ 3. ตีความ 4. เชื่อมโยงหลักภาษา และ 5. การสื่อสารและสารสำคัญผ่านสื่อแบบต่าง ๆ

นวัตกรรมนี้จะเปลี่ยนการเรียนการสอนภาษาไทย จากสิ่งที่เป็นอยู่สู่สิ่งใหม่

    • จากการเน้นความรู้หลักภาษา อ่านออกเขียนได้ ➡️ การสร้างสมรรถนะการสื่อสาร (จับใจความ ตีความ) การคิดขั้นสูง
    • จากที่เด็กกลัวการเรียนภาษไทย ครูใช้อำนาจ เน้นถูกผิด สอนหลักการและหลักภาษา เน้นอ่าน-เขียน ➡️ เด็กสนุก ท้าท้าย มีส่วนร่วม ค้นพบหลักการ หลักภาษา และความหมาย ครูกลายเป็นนักเล่า นักอ่าน นักสนทนา
    • จากโครงสร้างและระบบการเรียนแบบแยกส่วน ใช้แบบเรียน ภาษาตายตัว ➡️ จัดสภาพแวดล้อม คัดสรรวรรณกรรม จัดกระบวนการอย่างองค์รวม
    • จากโลกทัศน์เดิมที่ต้องใช้ภาษาให้ถูกต้อง ครูเอกภาษาเท่านั้นสอนภาษาไทยได้ดี ผู้เรียนต้องท่องตัวอักษรได้ก่อนเรียนรู้คำ เสียง ความหมาย ➡️ โลกทัศน์ที่มีภาษาเพื่อการเรียนรู้ การสื่อสารสู้ความเข้าใจต่อชีวิต สังคม โลก และการดำรงอยู่ร่วมกัน

📚 ชมตัวอย่างการสอนภาษาไทยผ่านวรรณกรรม โดยโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ระดับประถมต้น และระดับประถมปลาย